เมื่อองค์กรก้าวเข้าสู่ปี 2026 คลาวด์คอมพิวติ้งไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีอีกต่อไป แต่กลายเป็น “แพลตฟอร์มหลัก” สำหรับการขับเคลื่อน AI, Data และนวัตกรรมเชิงธุรกิจแทบทุกมิติ ค่าใช้จ่ายบนคลาวด์จึงเติบโตอย่างรวดเร็วและซับซ้อนกว่าที่เคย โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้งานโมเดลภาษา ระบบประมวลผลแบบเรียลไทม์ และสถาปัตยกรรม Multi-Cloud หรือ Hybrid Cloud ควบคู่กัน บริบทนี้ทำให้ FinOps ไม่ใช่แค่เรื่องของการควบคุมค่าใช้จ่าย แต่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยง “ต้นทุน เทคโนโลยี และคุณค่าทางธุรกิจ” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
FinOps ในปี 2026 กำลังก้าวจากการเป็นกระบวนการรายงานค่าใช้จ่ายย้อนหลัง ไปสู่การบริหารต้นทุนเชิงคาดการณ์และเชิงกลยุทธ์ องค์กรไม่เพียงต้องรู้ว่าคลาวด์ใช้เงินไปเท่าไร แต่ต้องตอบให้ได้ว่า “ค่าใช้จ่ายนั้นสร้างคุณค่าอะไรกลับมา” โดยเฉพาะในยุค AI ที่ต้นทุนไม่ได้ผูกกับจำนวนผู้ใช้หรือทรัพยากรพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับรูปแบบการใช้งานโมเดล ความถี่ในการประมวลผล และการเรียกใช้ทรัพยากรขั้นสูงอย่าง GPU หรือ AI Accelerator ซึ่งมีต้นทุนสูงและผันผวน
สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ บทบาทของ AI ภายใน FinOps เอง ในปี 2026 หลายองค์กรเริ่มใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานคลาวด์แบบละเอียด คาดการณ์ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า และเสนอแนวทางการปรับทรัพยากรโดยอัตโนมัติ AI ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ “แจ้งเตือนว่าใช้เกินงบ” แต่สามารถบอกได้ว่า ควรลดหรือเพิ่มทรัพยากรตรงจุดใดเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดในเชิงธุรกิจ FinOps จึงกลายเป็นระบบอัจฉริยะที่เรียนรู้จากข้อมูลจริง และช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลที่แม่นยำขึ้น
อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของ FinOps ยุค AI คือ ความโปร่งใสของต้นทุนในระดับทีมและผลิตภัณฑ์ เมื่อองค์กรพัฒนา AI หลายโครงการพร้อมกัน ค่าใช้จ่ายมักกระจายอยู่ในหลายบัญชี หลายแพลตฟอร์ม และหลายบริการ FinOps 2026 จึงให้ความสำคัญกับการทำ Cost Allocation และ Unit Economics อย่างจริงจัง เพื่อให้เห็นว่าฟีเจอร์หรือโมเดลใดสร้างมูลค่า และส่วนใดเป็นเพียงต้นทุนที่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ การมองต้นทุนในลักษณะนี้ช่วยให้การตัดสินใจหยุด ปรับ หรือขยายโครงการ AI มีเหตุผลรองรับมากกว่าความรู้สึกหรือกระแสเทคโนโลยี
ในมุมของวัฒนธรรมองค์กร FinOps ไม่ได้เป็นหน้าที่ของฝ่ายการเงินหรือไอทีเพียงลำพังอีกต่อไป แต่กลายเป็นความร่วมมือระหว่าง Finance, Engineering, Data และ Business Owner ทุกฝ่ายต้องเข้าใจผลกระทบของการตัดสินใจด้านเทคโนโลยีที่มีต่อต้นทุน และในขณะเดียวกันก็ต้องมองเห็นคุณค่าที่ต้นทุนนั้นสร้างขึ้น การสื่อสารด้วยภาษาธุรกิจแทนภาษาทางเทคนิคจึงเป็นหัวใจของ FinOps ยุคใหม่ เพราะช่วยให้ทุกฝ่ายมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การใช้คลาวด์และ AI อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
สุดท้าย FinOps 2026 สะท้อนแนวคิดที่ว่า “การควบคุมต้นทุนไม่ใช่การลดการเติบโต” แต่คือการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร ในยุคที่ AI กลายเป็นต้นทุนหลักและเป็นแหล่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน องค์กรที่มี FinOps แข็งแรงจะสามารถทดลองนวัตกรรมได้เร็ว กล้าลงทุนในจุดที่ควรลงทุน และหยุดการใช้ทรัพยากรในจุดที่ไม่สร้างคุณค่าได้อย่างทันท่วงที FinOps จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือจัดการค่าใช้จ่าย แต่เป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในยุคคลาวด์และ AI อย่างแท้จริง
ผู้เขียน: ก้องปพัฒน์ กำจรจรุงวิทย์