AI Technology

MedTech

26.01.2026

หลักการใช้ AI เป็นที่ปรึกษาสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม

สุขภาพจิตสำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภาพกาย เพราะบ่อยครั้งที่มีสภาวะเครียด คิดมาก กังวล แล้วทำให้เจ็บป่วยทางกายตามมา อาทิ ปวดหัว ปวดหลัง ความดันโลหิตสูง ฯลฯ หรือร้ายกว่านั้นคือการอัตวินิบาตกรรม ดังนั้นเมื่อเครียด การพบจิตแพทย์จึงมีความจำเป็น แต่ด้วยค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจิตสูง และการปรึกษาจิตแพทย์ ผู้คนไม่ค่อยสะดวกใจนัก ด้วยกลัวจะถูกสังคมตราหน้าว่า ‘บ้า’ ดังนั้นการปรึกษา AI จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม

ปัจจุบัน หน่วยงานรัฐ อย่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ก็ออกมาสนับสนุนนวัตกรรม AI Dmind ที่พัฒนาโดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแพทย์ด้านจิตเวช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ AIMET เพื่อใช้ในการคัดกรองสุขภาพจิต ภาวะซึมเศร้าของประชาชน และมีแอปพลิเคชั่นให้บริการปรึกษาสุขภาพจิตโดยนักจิตวิทยาของเอกชนอยู่หลายแห่ง

เห็นได้ว่า AI ถูกนำมาใช้เป็นที่ปรึกษาสุขภาพจิตในหลายรูปแบบ แต่ก็มีบาง AI ที่นอกจากไม่ช่วยให้คำปรึกษาที่ดีแล้ว ยังชักนำให้คิดสั้นอีกด้วย ดังนั้นจึงควรใช้วิจารณญาณให้รอบด้านประกอบด้วย

หลักการใช้ AI เพื่อปรึกษาสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม
ปัญหาส่วนใหญ่ของการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตที่ผิดพลาดมักมาจาก Chat Bot เพราะแพลตฟอร์มนี้ คล้ายการพูดคุยกันระหว่างเพื่อน และแชทบอทส่วนมากจะเอาใจผู้ใช้ คือ ตอบคำถาม และแนะนำเอนเอียงตามความรู้สึกของผู้ใช้ กล่าวง่าย ๆ คือ AI มักอวยนั่นเอง ส่วน AI ที่พัฒนาโดยทีมแพทย์จะเน้นเพื่อการคัดครอง และแนะนำให้เข้าพบจิตแพทย์จริง ๆ

แม้ Chat bot ให้คำปรึกษาไม่แม่นยำนัก แต่หากใช้พูดคุยเพื่อความสบายใจในเบื้องต้น ก็ถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม แต่ต้องคำนึงถึงหลักการนี้

1. หาก AI คล้อยตามเรามากเกินไปให้หยุดใช้ก่อน แล้วหันไปทำงานอดิเรกอื่น ๆ แทน
2. ไม่ควรใส่ข้อมูลส่วนตัวมากเกินความจำเป็น
3. ให้ระลึกเสมอว่า AI คือปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีหนึ่ง จึงไม่ควรเชื่อทุกอย่าง เพราะมันไม่ได้เข้าใจลึกซึ้งถึงสภาวะอารมณ์ และบริบทต่าง ๆ ของเรา
4. หาก AI แนะนำให้ทำสิ่งที่ผิดศีลธรรม อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด
5. ระลึกเสมอว่า การปรึกษาสุขภาพจิตจาก AI เพื่อทำให้สบายใจในเบื้องต้น ฉะนั้นอย่าด่วนเชื่อคำแนะนำทั้งหมด

เหล่านี้คือหลักการที่จะทำให้ปรึกษา AI ได้อย่างสบายใจ และปลอดภัย ท้ายนี้หากเกิดปัญหาสุขภาพจิต แนะนำว่า พบจิตแพทย์ หรือใช้แพลตฟอร์มที่พัฒนาโดยทีมการแพทย์จะเหมาะสม และแก้ปัญหาตรงจุดกว่า


อ้างอิง
https://www.nhso.go.th/th/communicate-th/thnewsforperson/ai-dmind
https://nursing.utcc.ac.th/blogs/ai-mental-health-stress-management-for-workers/
https://www.thaipbs.or.th/now/content/2787
https://web.facebook.com/springnewsonline/posts/นักวิจัยเตือน-ให้-ai-เป็นที่ปรึกษาสุขภาพจิต-อันตรายกว่าที่คิด-แม้แชตบอทอย่าง-cha/1176416017852949/?_rdc=1&_rdr#
https://www.bbc.com/thai/articles/cp3d2xg7nxxo
https://www.thaipbs.or.th/now/content/3327

RECOMMEND