SaaS/Cloud Services

Big Data

13.03.2026

กลยุทธ์ลดต้นทุนแฝงและการวางระบบความปลอดภัยให้พร้อมรับมือโลกเทคโนโลยีอนาคต

ทีมงานอิจิ มีเดีย ขอพาทุกท่านมาไขข้อข้องใจ และคลายความกังวล เกี่ยวกับการทำงานบน Cloud ด้วยการพูดคุยกับ คุณอิสรากัณฐ์ เกื้อกูลศรี (จิมมี่) Computer & Cloud Engineer จาก Cloud Ace Ltd. พาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการของ Google Cloud

Cloud Ace ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ครบวงจร และเป็น Premier Partner ของ Google Cloud
Cloud Ace คือ ผู้ให้บริการสนับสนุนทางเทคนิคสำหรับระบบคลาวด์ รวมทั้งโซลูชันต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นที่ Google Cloud™ เพื่อให้ทุกธุรกิจสามารถนำเทคโนโลยี Cloud ไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น Cloud Infrastructure, Application Development, Big Data Analytics, Machine Learning & AI หรือ Cloud Data Storage โดย Cloud Ace ได้รับการรับรองจาก Google Cloud ในฐานะ Premier Partner

ระบบ Cloud นั้น ประกอบด้วยเทคโนโลยีและบริการที่หลากหลายทำงานร่วมกัน โดยมีระบบเครือข่ายและเซิร์ฟเวอร์เสมือน (Virtual Machine) เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูง องค์กรสามารถปรับขยายระบบได้ตามต้องการโดยไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น (Upfront Cost) ที่สูงมาก นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงบริการสำเร็จรูปอื่นๆ (Managed Services) เช่น ระบบฐานข้อมูลที่ขยายตัวอัตโนมัติ เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และแพลตฟอร์มสำหรับการพัฒนา AI ที่องค์กรสามารถเรียกใช้งานได้ทันที

จุดเริ่มต้นของ Cloud Ace คือ การเป็นสะพานเชื่อมให้บรรดาองค์กรในไทยสามารถใช้บริการ Google Cloud ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะก่อนหน้านี้มักพบปัญหาบริษัทในไทยหลายแห่งไม่สามารถเปิดบิล และออกใบกำกับภาษีโดยตรงกับ Google ได้ ต่อจากนั้นจึงพัฒนาความเชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษา เพื่อช่วยหา Solution บน Google Cloud ให้เหมาะกับองค์กรต่าง ๆ เนื่องจาก Google Cloud มี Solution จำนวนมาก และมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ช่วยอุดรอยรั่วให้บริษัทต่าง ๆ ที่อาจยุ่งอยู่กับการทำธุรกิจ จนไม่สามารถตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา

“ในแง่ของการเป็นสะพานเชื่อม อยากให้มองว่า ถ้าองค์กรเป็นเหมือนทีมรถแข่ง Formula 1 เวลาแข่งขันก็ต้องมีทีม Support ที่ดี Cloud Ace จึงเปรียบเสมือนทีม Support คือ เป็นทีม Engineering ที่คอยสนับสนุนในมิติต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพุ่งตรงไปสู่เป้าหมายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องระบบ” คุณจิมมี่กล่าว

ยิ่งไปกว่านั้น Cloud Ace ยังได้รับรางวัล “Partner of the year” ติดต่อกันถึง 4 ปี ในฐานะ Partner ของ Google Cloud ที่มีศักยภาพอีกด้วย

Cloud ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ไม่จบสิ้น แต่คือการช่วยลดต้นทุน
คุณจิมมี่ชวนมองในแง่มุมของเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะเครื่องจักรมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมไม่มากนัก ไม่ว่าจะผ่านไป 10 ปี หรือ 20 ปี หากดูแลถูกต้องก็ยังสามารถใช้การได้ดี ต่างจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดอยู่เสมอ ดังนั้นการใช้งานระบบ Cloud จึงช่วยลดต้นทุน ด้วยเหตุผลดังนี้

“ผมอยากจะให้มองภาพง่าย ๆ ว่า การที่เริ่ม On-premise หรือติดตั้ง Server ในองค์กร ต้นทุนที่แท้จริง คือ TCO (Total Cost of Ownership) ซึ่งเป็นต้นทุนทั้งหมดตั้งแต่เริ่มสตาร์ทเลย สมมติเราซื้อ Server มา 1 ล้านบาท พอเวลาผ่านไป เราจะลืมต้นทุนนี้ไปเลย เพราะคิดว่าไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่เราจ่าย Upfront หรือล่วงหน้าไปนานมากแล้ว”

“ทั้งนี้ เทคโนโลยีมีอายุสั้นกว่าเครื่องจักร แม้ Server 1 ตัว เราสามารถลากยาวได้ถึง 10 ปี แต่อย่าลืมว่า 10 ปีนั้น มันอยู่บนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เท่ากับว่า เราต้องแบกรับทั้งความเสี่ยงและอาจเสียเปรียบคู่แข่งไปมาก เพราะโดยปกติแล้ว Server จะมีรอบอายุการใช้งานที่เหมาะสมเพียง 3-5 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นต้นทุนการ Maintenance จะพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และหากจะอัปเดตโซลูชันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เพราะอุปกรณ์หลาย ๆ อย่างเมื่อ End of Life หรือตกรุ่น ก็จะหายาก”

“ดังนั้น เมื่อมองเรื่อง Total Cost of Ownership จะทำให้เห็นว่า Cloud เริ่มต้นได้ด้วยเงินจำนวนน้อยมาก หรืออาจจะไม่ได้ใช้เลย เพราะมีบริการให้ทดลองใช้ฟรี และมีบริการแบบรายเดือน หรือจ่ายแค่เท่าที่ใช้”

จากคำอธิบายของคุณจิมมี่สามารถแจกแจงข้อดีของการใช้งานระบบ Cloud ได้ดังนี้
– เมื่อเกิดเหตุขัดข้องผู้เชี่ยวชาญของ Cloud สามารถแก้ไขให้อย่างรวดเร็วไม่ว่าองค์กรจะมีขนาดใหญ่เท่าไรก็ตาม ต่างหากเซิร์ฟเวอร์ที่ On-premise อาจต้องใช้เวลานาน และถ้าเป็นโรงงานขนาดใหญ่ การที่ไม่สามารถผลิตสินค้าได้ใน 1 วัน เท่ากับเสียหายมหาศาล อาจเทียบเท่ากับค่าบริการ Cloud ตลอดทั้งปีเลยก็ได้ โดยเฉพาะทีม Engineer ของ Google Cloud นั้นถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเลยก็ว่าได้ และที่สำคัญให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
– ระบบ On-premise ต้องมีการ Setup Network เอง ซึ่งไม่ใช่แค่เสียบปลั๊กแล้วติดตั้งโปรแกรม แต่ต้องมี Storage มีการ Vertical Scaling มีการเพิ่ม Memory เพิ่ม Processor ฯลฯ เข้าไป แต่ Cloud ไม่ต้อง
– ระบบ On-premise ต้องมีการคาดการณ์ล่วงหน้า เช่น Server จะเสียเมื่อไร ต้องสั่งอุปกรณ์มาเปลี่ยนวันไหน ต้องเพิ่มพื้นที่จัดเก็บเมื่อไร เป็นต้น แต่ระบบ Cloud ไม่ต้องจัดการตรงนี้ สามารถนำเวลาไปจัดการเรื่องกลยุทธศาตร์การตลาดได้เต็มที่

“ผมขอยกตัวอย่าง ที่เห็นภาพจริงเพิ่มเติมอีก 2 กรณีนะครับ หนึ่ง. สมมติธุรกิจเป็น Manufacture โรงงานผลิตสินค้าจำนวนมาก แน่นอนว่าหากเป็นกรณีปกติ ย่อมสามารถทำนาย Workload ได้อยู่แล้ว อาจมีเกินบ้าง น้อยบ้าง แต่ก็อยู่ในขอบเขต ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ระบบ On-premise มีความคุ้มค่าครับ แต่อย่างที่บอก รับประกันได้อย่างไรว่าจะเป็นอย่างนี้ตลอด ดังนั้นหากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาก็อาจรับมือลำบาก แต่ถ้าเรามี Hybrid เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ก็สามารถถ่าย Workload ไปทำบน Cloud ได้ ซึ่ง Cloud นี้ เราแค่เปิดระบบรอรองรับไว้ก็ได้ เพราะถ้าไม่ใช้ ค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็ไม่เกิด หรือในมุมหนึ่งเราสามารถใช้ Cloud เป็นระบบ Backup อีกทีหนึ่งก็ได้ เนื่องจากเสถียรกว่า On-premise ที่ไม่ใช่แค่ Backup เฉพาะข้อมูล แต่เป็นทั้งระบบขององค์กรเลย”

“สอง. กรณีธุรกิจเป็น E-commerce จู่ ๆ วันดีคืนดีมี User เข้ามาใช้เว็บไซต์จำนวนมาก คำถามคือ ถ้าใช้ On-premise จะรองรับอย่างไร โดยที่ไม่เสียโอกาส ไม่ใช่ว่าลูกค้าเข้ามาแล้วอยากซื้อสินค้าวันนี้แต่ซื้อไม่ได้ เพราะระบบล่ม กรณีนี้เรียกว่า Origin เลย เพราะเป็นรากเหง้าดั้งเดิมของ Cloud ครับ”

Cloud และ On-premise สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างลงตัว
แม้จะบอกว่า Cloud มีข้อได้เปรียบกว่า On-premise แต่คุณจิมมี่เพิ่มเติมว่า ในฐานะที่ Cloud Ace เป็นที่ปรึกษาด้านการใช้งานระบบคลาวด์ เมื่อผู้ประกอบการเข้ามาหารือก็พบว่า บางองค์กรมักมี Project งานใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ ดังนั้นคำตอบที่ได้ คือ แทนที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง Cloud หรือ On-premise เขาสามารถมีได้ทั้ง 2 อย่าง และผลลัพธ์มักออกมาดีด้วย”

“เพราะบางกรณี Cloud อาจไม่ตอบโจทย์ เช่น กรณีที่มีกฎบังคับว่า Data หรือว่าข้อมูล ต้องเก็บภายใน ภูมิภาคของโรงงานเท่านั้น (ตัวอย่าง : ข้อมูลทุกอย่างต้องเก็บในประเทศไทยเท่านั้น เป็นต้น) ดังนั้นก็ต้องใช้ On-premise ควบคู่ไปด้วย”

คุณจิมมี่เปรียบเทียบ Cloud กับ On-premise เหมือนการใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีทั้งจากการไฟฟ้า และเครื่องปั่นไฟในโรงงาน หรือโซล่าเซลล์ ดังนั้น แม้จะบอกว่า Cloud ช่วยลดต้นทุนได้ แต่หากให้คำปรึกษา จะมองที่บริบทโดยรวมขององค์กรเป็นหลัก เพื่อหาประเด็นแยกเป็นข้อ ๆ ว่า ควรใช้อย่างไรให้ลงตัวที่สุด

ความท้าทาย และการย้ายข้อมูลสู่ Cloud อย่างมีประสิทธิภาพ
พื้นฐานของความกลัวระบบ Cloud มาจากการมองไม่เห็นว่าคลาวด์ทำอะไรได้บ้าง เมื่อไม่เห็น จึงไม่เข้าใจ และรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว เมื่อปักธงว่าเป็นสิ่งไกลตัว คนเราก็จะรู้สึกว่า ‘ยังไม่ไปดีกว่า’

จากเหตุผลข้างต้น คุณจิมมี่จึงบอกถึงวิธีการจัดการว่า “ผมจะไม่แนะนำให้ย้ายระบบขึ้น Cloud หากยังไม่มีข้อสรุปที่ดี ซึ่งองค์กรสามารถนำ Cloud ไปทดลองใช้ควบคู่กับ On-premise เพื่อสร้างความเข้าใจก่อนได้ และต้นทุนก็ไม่ได้เยอะมาก แต่สามารถฝึกให้บุคลากรได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้วย”

นอกจากการมองไม่เห็น ไม่เข้าใจระบบ Cloud แล้ว ความกลัวอีกประการ คือ Learning Curve หรือ ความชันในการเรียนรู้ เนื่องจากการที่คนคนหนึ่งไม่รู้ ไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง แล้วจู่ ๆ ผู้เชี่ยวชาญนำความรู้ระดับสูงสุดไปอธิบาย ย่อมเกิดการต่อต้าน ดังนั้น วิธีการแก้ไขของ Cloud Ace จึงใช้การอธิบายจากจุดที่ลูกค้าเข้าใจบางส่วน หรืออธิบายให้เห็นภาพอย่างที่ คุณจิมมี่ใช้ในบทสัมภาษณ์ตั้งแต่ต้น

วิธีย้ายข้อมูลขึ้น Cloud
สำหรับการย้ายข้อมูลสู่ Cloud มีหลายวิธี ดังนั้นจึงต้องเริ่มต้นด้วยการสอบถาม ปรึกษา ประเมินว่า องค์กรนั้น ๆ ต้องจัดการอย่างไร แล้วจริง ๆ ควรจะเปลี่ยนไหม

“ส่วนการที่เราโยกข้อมูลมาโดยไม่เปลี่ยนอะไรเลย เรียกว่า Rehost คือ การเปลี่ยน Host เหมือนเปลี่ยนบ้านครับ หรืออีกศัพท์หนึ่ง คือ Lift and Shift ที่แปลว่า ‘ยก’ คือ ยกใส่เลย โดยไม่ต้องปรับปรุงอะไรเลย การที่จะทำแบบนี้ได้ On-premise ต้องเป็นแบบ Virtual Machine”

“แต่ถ้า Lift and Shift แล้วอยากปรับปรุงเพิ่มเติมสามารถ Re-platform หรือ Move and Improve ได้ โดยระหว่างการย้าย เราก็ไปปรับฐานข้อมูลให้ update ขึ้น แบบนี้เป็นต้น” คุณจิมมี่อธิบายเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่า ถึงอย่างไรแล้ว ควรผ่านการพูดคุยปรึกษาเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุด อย่างที่ยกตัวอย่างมา แล้วจะพบว่าการย้ายเข้าระบบ Cloud ไม่ใช่สิ่งที่ยุ่งยาก

จุดเปลี่ยนที่ทำให้องค์กรตัดสินใจย้าย Data ขึ้น Cloud จากประสบการณ์จริงของ Cloud Ace
คุณจิมมี่อธิบายด้วยการยกตัวอย่างเช่นเคยว่า Cloud เป็นเรื่องของระบบ Network โดยส่วนมากผู้ประกอบการจะไม่ลงทุนเกี่ยวกับ Network ที่มีราคาสูง เช่น Switch ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ได้ 20 ตัว ชิ้นละ 8,000 บาท กับอีกตัว ราคา 900,000 บาท แน่นอน ผู้ประกอบการย่อมเลือกราคา 8,000 บาท ดังนั้น จึงต้องอธิบายเชิงลึก เพื่อให้เข้าใจว่า ทำไมถึงควรเลือกใช้ Switch ราคา 900,000 บาท

“ระบบ Cloud ก็เช่นกัน ปัจจุบันมีผู้ให้บริการหลายราย แต่สำหรับ Google Cloud ถือเป็น Top Tier ราคาจึงสูง แต่ประสิทธิภาพก็สูงตามเช่นกัน เปรียบเหมือนการเลือกซื้อ หรือเลือกลงทุนใน Switch ที่ดีที่สุดนั่นเอง เพื่อสร้างโครงสร้างของการเชื่อมต่อที่จะทำให้การประมวลผลดีที่สุด สามารถรองรับได้หลากหลายฟังก์ชัน และปลอดภัยสูงสุดครับ”

สำหรับจุดเปลี่ยนที่ผู้บริหารตัดสินใจย้าย Data ขึ้น Cloud คือ การทำให้ Black box กลายเป็น Glass box จากกล่องข้อมูลที่มืดดำ เราสามารถทำให้กลายเป็นกล่องข้อมูลที่โปร่งใส มองเห็นรายละเอียดภายในได้ทุกอย่าง หรือเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ให้สามารถมองเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมนั่นเอง

“เมื่อเกิดความเข้าใจ ภาพที่ผู้บริหารจะเห็น คือ เขาไม่จำเป็นจะต้องรับข้อมูลจาก Report ตอนสิ้นเดือน หรือตอนกลางเดือนอีกแล้ว แต่สามารถเปลี่ยนข้อมูลทั้งหมด เป็นชุดข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น รวดเร็วแบบเรียลไทม์ เพราะถ้า Network ไม่ดี Data จะเคลื่อนที่ได้ไม่ดีตาม พอเคลื่อนที่ไม่ดี เราสร้างแอปพลิเคชันต่าง ๆ ก็ไม่ได้ตามไปด้วย มันจะกระทบเป็น Layer ซ้อน ๆ กันขึ้นมา”

“ดังนั้น เมื่อผู้บริหารเข้าใจและมองเห็นภาพ ก็จะมีพลังในการตัดสินใจได้ดีขึ้น ชัดเจนมากขึ้นครับ ในแง่ของธุรกิจ ผมมองว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” คุณจิมมี่สรุป

Google Cloud กับมาตรฐานความปลอดภัย
ในใจของผู้ประกอบการหลายท่าน เมื่อพูดถึงการใช้งานระบบ Cloud คือ ความปลอดภัยของข้อมูล เพราะต้องย้ายข้อมูลสำคัญไว้นอกบริษัท ประเด็นนี้ คุณจิมมี่กล่าวว่า หลายคนเมื่อเอ่ยถึงความปลอดภัยในระบบ Cloud มักมองแค่มุมเดียว ทั้ง ๆ ที่ประเด็นนี้เหมือนหัวหอมที่มีหลายชั้น ซึ่งแต่ละชั้นมีหน้าที่ต่างกัน โดยหลักความปลอดภัยมี 2 มุม คือ ความปลอดภัยภายใน และความปลอดภัยภายนอก

1. ภัยจากภายใน คุณจิมมี่อธิบายว่า หากระบบไม่เชื่อมต่ออะไรเลย ภัยก็ย่อมเกิดแค่จากภายใน เช่น Server เป็นแบบ On-premise ไม่ต่อออกอินเทอร์เน็ต ไม่ต่อให้ Access ภายนอกได้เลย ภัยก็จะมาจากการถ่ายข้อมูลจาก Flash Drive หรือ Disk เป็นต้น ถ้า Flash Drive มีไวรัส มี Malware เป็น Ransomware คอมพิวเตอร์ในองค์กรก็ย่อมติดไวรัส หรือถูกเรียกค่าไถ่ได้

“จากตัวอย่างนี้ จะเห็นว่า ภัยไม่เกี่ยวข้องกับ Cloud และ Network เลย แต่เป็นความปลอดภัยในมุมของ User ซึ่งอาจเผลอนำ Flash Drive ที่มีไวรัสมาใช้โดยไม่รู้ตัว จนทำให้เครือข่ายภายในติดไวรัสได้ แล้วถ้าองค์กรไม่มีการ Backup เลย หรือ Backup ไม่ดีพอ ก็จะเกิดความเสียหายตามมา”

“แล้วหากติด Ransomware เราจะแก้ปัญหาได้ไหม ถ้าแก้ได้ จะแก้ด้วยวิธีใด ใช้ Solution แบบไหน ราคาแพงหรือเปล่า ซึ่งราคาของ Solution ด้านรักษาความปลอดภัยนี่แพงนะครับ ไม่ใช่แค่ราคา แต่แพงเรื่องความสะดวก เนื่องจากโดยปกติแล้ว ระบบความปลอดภัยใด ๆ ก็ตาม มักแลกมาด้วยความสะดวกเสมอครับ เพราะสัดส่วนผกผันกัน คือ ถ้าเรานำระบบที่สะดวกมาก ๆ ใช้งานง่าย ๆ ความปลอดภัยก็จะลดลง แต่ถ้าต้องการ Security เยอะ ๆ สูง ๆ ความสะดวกก็จะลดลง ดังนั้นต้องทำให้ User เข้าใจว่า ทำไมถึงต้องมีระบบความปลอดภัยหลายขั้นตอน ทำไมต้อง Backup หลายชั้น ทำไมต้องป้องกันหลายขั้นตอน เพราะถ้าเขาไม่เข้าใจ ก็จะรู้สึกไม่ค่อยสะดวกในการใช้”

2. ภัยจากภายนอก เมื่อ On-premise แล้วสร้างให้เครือข่ายขององค์กรเชื่อมต่อกับ Network ภายนอกได้ ภัยก็สามารถเกิดได้ทุกทิศทุกทาง นอกจากไวรัสตามข้อแรกแล้ว ยังมีความเสี่ยงเรื่องข้อมูลรั่วไหลอีกด้วย เพราะเปิดช่องให้แฮกเกอร์ ผู้ไม่ประสงค์ดีเจาะเข้าถึงเครื่องใด ๆ ก็ได้ แล้วดึงข้อมูลออกไป

คุณจิมมี่ย้ำว่า “ภัยทั้ง 2 ข้อที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น ยังไม่เกี่ยวกับ Cloud เลย ที่ยกตัวอย่างมา เพื่อให้เห็นว่า On-premise จริง ๆ แล้ว ไม่ได้ปลอดภัยกว่า Cloud เลยนะครับ”

ระบบ Cloud ปลอดภัยหรือไม่
เมื่อชี้ให้เห็นว่า On-premise มีโอกาสเกิดความเสี่ยงไม่น้อย คุณจิมมี่หันมาอธิบายถึงความปลอดภัยของ Cloud ว่า

“ระบบ Cloud ถูกออกแบบโดยวิศวกรระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับ ระบบเครือข่าย (Network) มาเป็นอันดับหนึ่ง และตามมาด้วย ความปลอดภัย (Security) ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญอันดับสอง”

“นอกจากนี้ ผู้ใช้หลายองค์กร รันอยู่บน Cloud ตัวเดียวกัน บน Server เดียวกัน ใน Data Center เดียวกัน แต่ไม่มีวันเชื่อมเข้าหากันได้เลยครับ มันมี Isolation ที่แข็งแกร่งมาก หมายความว่าถ้าจะมีปัญหา ปัญหาบนระบบ Cloud ก็เหมือนใน On-premise นั่นเอง ทั้งนี้คลาวด์ยังสามารถสร้างโดยไม่ให้ต่ออินเทอร์เน็ตได้เช่นกัน หรือให้ต่ออินเทอร์เน็ตโดยมีทางเข้าออกได้แค่ทางเดียวก็ยังได้”

เมื่อนำพื้นฐานความปลอดภัยของ On-premise กับ Cloud มาเปรียบเทียบกันแล้ว คุณจิมมี่สรุปเพิ่มเติมว่า ระบบ Cloud มีความปลอดภัยกว่า ด้วยเหตุผลดังนี้
– Cloud มีการอัปเดตระบบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เช่น Zero-Day Attack (การโจมตีไซเบอร์ ที่มุ่งเป้าไปที่ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่ยังไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน) กว่าจะรู้ว่าโดนโจมตี ก็เกิดความเสียหายแล้ว ก็จะมีตรวจสอบกรณีนี้อยู่เสมอ
– Google Cloud มีระบบ Network Security พื้นฐานที่แข็งแกร่งมากแถมมาให้ แต่หากเป็นธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสุดยอด ก็มีบริการอย่าง Cloud Armor ที่พร้อมเปิดใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสั่งซื้อฮาร์ดแวร์ Firewall ราคาแพงมาติดตั้ง
– องค์กรไม่ต้องปวดหัวกับ Engineer ที่ดูแลฝั่งฮาร์ดแวร์หรือศูนย์ข้อมูล เพราะ Google Cloud จัดการให้ แต่ Engineer ขององค์กรสามารถโฟกัสกับการพัฒนาแอปพลิเคชันและการวางสถาปัตยกรรม (Architecture) ได้อย่างเต็มที่ ผ่านรูปแบบความรับผิดชอบร่วมกัน (Shared Responsibility Model)

เคล็ดลับการการใช้งาน Cloud ให้ประสบความสำเร็จ
มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าผู้อ่านเข้าใจธรรมชาติของ Cloud อย่างชัดเจนแล้ว ดังนั้น คุณจิมมี่จึงได้ฝากเคล็ดลับการการใช้งาน Cloud ให้ประสบความสำเร็จ ดังนี้
“ผมยังยืนยันว่า Cloud ไม่ได้ดีที่สุด หรือดีเสมอไป เพราะทุกอย่างตั้งอยู่บนหลักเหตุและผล ดังนั้นต้องมาดูบริบทของแต่ละองค์กรก่อนครับ แต่ปัจจุบันนี้อยากให้คำนึงถึง AI ประกอบด้วย ดังนั้นหากต้องการใช้ Cloud ให้ประสบความสำเร็จ จึงไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการจ้างที่ปรึกษาทันทีก็ได้ เพราะคุณสามารถปรึกษา AI ก่อนได้ โดยถามว่าธุรกิจแบบนี้ มี Workload แบบนี้ มี Setting แบบนี้ มีอุปกรณ์แบบนี้จะใช้ Cloud อย่างไรให้เป็นประโยชน์กับธุรกิจได้บ้าง?”
“พอตัดสินใจได้บนภาพที่ชัดเจน ได้เห็นข้อมูลจริง ๆ ความกังวลจะลดลงเอง หลังนั้นก็จะสามารถเลือกได้เองว่าควรใช้ Cloud หรือควรจะไปทางไหน แต่ดีที่สุด คือ ต้องสร้างความตระหนักรู้ที่ชัดเจน ไม่ใช่คิดไปเอง”

การใช้ AI เป็นที่ปรึกษาเบื้องต้น นอกจากช่วยให้เข้าใจบริบทขององค์กรแล้ว ยังสามารถตัดสินใจเลือกที่ปรึกษาที่ตรงกับองค์กรอีกด้วย เพราะที่ปรึกษาเป็นสิ่งสำคัญกับการติดตั้งระบบ Cloud

ข้อมูลติดต่อ Cloud Ace Ltd. | Google Cloud Premier Partner
One-stop service for Google Cloud

Website: https://cloud-ace.co.th
Email: th@cloud-ace.com
Sales: 082-849-9667
Facebook: คลาวด์ เอซ – Cloud Ace Thailand
LinkedIn: Cloud Ace Thailand
YouTube: Cloud Ace Thailand

 

RECOMMEND