วันที่ 30 มีนาคม ของทุกปี ถูกยกให้เป็นวันไบโพลาร์โลก, Bipolar Disorder คือ โรคผิดปกติทางอารมณ์ หรือที่เรียกภาษาชาวบ้านว่า คนสองอารมณ์ เพราะบางครั้งก็อารมณ์ดี บางทีก็เศร้าซึม โรคนี้รักษาให้หายขาดยาก คนที่เป็น นอกจากใช้ชีวิตในสังคมปกติได้ยากลำบากแล้ว ยังเสี่ยงต่อการอัตวินิบาตกรรมด้วย ในประเทศไทยพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคนี้ถึง 5 – 7 แสนราย และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นคนรอบข้างจึงควรเข้าใจและสังเกตพฤติกรรม ไม่ใช่นำคำว่ารำคาญมาใช้ ตามเจตนารมณ์ของการตั้งวันไบโพลาร์โลก
สาเหตุของโรคไบโพลาร์ เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง การดูแลผู้ป่วยจึงเป็นการรับประทานยา และให้ความรักความอบอุ่น ความเข้าใจ แต่ในยุค Digital Transformation อย่างนี้ ต้องมีเทคโนโลยีดี ๆ มาช่วยบ้างสิ
เทคโนโลยีดูแลไบโพลาร์
มีการนำเทคโนโลยีให้คำปรึกษาทางไกลผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้คำปรึกษาผู้ป่วยไบโพลาร์มาอย่างต่อเนื่อง เช่น ooca (อูก้า), Doctor Anywhere, สายด่วนสุขภาพจิต 1323 เป็นต้น ผู้อ่านอาจเกิดคำถามว่า ช่องทางนี้สำหรับผู้ป่วยสุขภาพจิตนี่นา ใช่! เพราะไบโพลาร์อยู่ในเครือข่ายนี้ ซึ่งการปรึกษาออนไลน์เบื้องต้นก็ช่วยให้ผู้ป่วยได้มีกำลังใจขึ้นนั่นเอง
นอกจากแอปพลิเคชั่นให้คำปรึกษาข้างต้น (ซึ่งผู้ให้คำปรึกษาเป็นนักจิตวิทยา) ยังมี AI Chatbot อีกด้วย ทางเลือกนี้ แม้ผู้ป่วยจะสบายใจเร็วขึ้น แต่ก็มีอันตรายแฝง เนื่องจาก AI มักเอาใจคนถาม และเสนอแนะทางเลือกคล้อยตามผู้ป่วย จนเกิดเหตุหดหู่หลายครั้ง
ปัจจุบันแม้ผู้ป่วยไบโพลาร์สามารถปรึกษาผ่านแอปพลิเคชั่นด้านสุขภาพจิตได้ แต่ก็มีแอปพลิเคชั่นที่ออกแบบมาเพื่อโรคนี้โดยเฉพาะเช่นกัน เช่น ‘Bipolar Journey’
Bipolar Journey ใช้คอนเซ็ปต์ว่าคนเป็นไบโพลาร์ต้องมีคู่หู และแอปฯ นี้ก็ใช้ AI เข้ามาเป็นเพื่อนข้างกาย คอยเตือนว่านอนเพียงพอไหม อารมณ์วันนี้เป็นอย่างไร เพื่อให้ผู้ป่วยไบโพลาร์รู้สถานะตัวเอง จะได้สำรวจตัวเอง แต่นั่นแหละ การใช้ระบบ AI เป็นคู่หูต้องมาพร้อมกับการรู้สึกสำนึกตัวเองด้วยมิเช่นนั้นอาจถูก AI ครอบงำ แต่ข้อดีของแอปนี้ คือ เป็นเพื่อนที่คอยเตือนผู้ป่วยว่า วันนี้อารมณ์เปลี่ยนอย่างไรบ้าง นอนเพียงพอหรือไม่ ซึ่งมองอีกมุมหนึ่ง ก็ดีกว่าที่มนุษย์คนใกล้เคียงเตือน เพราะคนจริง ๆ เตือน มักถูกแปลว่าน่าเบื่อ ยุ่มย่าม (ขนาดคนไม่เป็นไบโพลาร์ยังไม่ชอบให้ใครเตือน)
Transcranial magnetic stimulation (TMS): เป็นวิธีการรักษาด้วยเทคโนโลยีกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านกะโหลกศีรษะ เพื่อกระตุ้นเซลล์ประสาทสมองให้ทำงานดีขึ้น
สรุป
โรคไบโพลาร์เกี่ยวกับสมอง รักษาให้หายขาดยาก และเทคโนโลยีปัจจุบัน ถ้าไม่ใช่ขาโหด อย่างใช้คลื่นไฟฟ้า ก็ยึดมั่นทางการให้คำปรึกษา และบทความนี้ก็เชื่อเรื่องการให้คำปรึกษา ดังนั้นหากคนใกล้ชิดมีอาการไบโพลาร์ เราเองก็สามารถเป็น AI หนึ่งให้เขาได้เช่นกัน
————————————————————————————–
อ้างอิง
https://mhc7.dmh.go.th/30/03/2023/13368/
https://resource.thaihealth.or.th/index.php/article/เจาะลึก-‘ไบโพลาร์’-อันตรายถึงฆ่าตัวตาย
https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=28330#:~:text=กรมสุขภาพจิต%20กระทรวงสาธารณสุข,dmh.mail.go.th
https://www.manarom.com/blog/bipolar.html
https://praram9.com/th/articles/transcranial-magnetic-stimulation
https://apps.apple.com/th/app/bipolar-journey/id6754396102?l=th