AI Technology

11.02.2026

“ทางด่วนสาย AI” ที่เร็วที่สุดในโลก: ทำความรู้จัก Cisco Silicon One G300 ชิปเปลี่ยนโลกตัวใหม่

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเครื่องมือโต้ตอบไปสู่ “Agentic AI” หรือระบบที่สามารถตัดสินใจและดำเนินการแทนมนุษย์ได้ ความต้องการพลังประมวลผลและประสิทธิภาพของเครือข่ายภายในศูนย์ข้อมูลจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 ภายในงาน Cisco Live EMEA ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ซิสโก้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีด้วยการเปิดตัว Cisco Silicon One G300 ซึ่งเป็นชิปสวิตชิ่ง (Switching Silicon) รุ่นล่าสุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเป็นรากฐานสำคัญให้กับ AI Infrastructure ระดับโลก

หัวใจสำคัญของ Cisco Silicon One G300 คือความสามารถในการประมวลผลข้อมูลในระดับ 102.4 Tbps ภายในชิปเพียงตัวเดียว ซึ่งถือเป็นการก้าวกระโดดจากรุ่นก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ชิปตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเครือข่ายแบ็คเอนด์ (Backend Fabric) ของคลัสเตอร์ AI ขนาดใหญ่ระดับกิกะวัตต์ (Gigawatt-scale) โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยี 200G SerDes ที่พัฒนาโดยซิสโก้เอง ช่วยให้การรับส่งข้อมูลผ่านพอร์ต 1.6T Ethernet เป็นไปอย่างราบรื่นและใช้พลังงานต่ำ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มความหนาแน่นของพอร์ตให้สูงขึ้น (High Radix) จนสามารถเชื่อมต่อ GPU ได้มากถึง 128,000 ตัว โดยใช้จำนวนสวิตช์ลดลงถึง 70% เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีในอดีต ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ (CapEx) แต่ยังลดความซับซ้อนในการจัดการเครือข่ายลงอย่างมหาศาล

นวัตกรรมที่เป็นจุดเด่นที่สุดของ G300 คือระบบ Intelligent Collective Networking ซึ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีสำคัญสามส่วน ได้แก่ หน่วยความจำบัฟเฟอร์แบบแชร์ทั้งหมด (Fully Shared Packet Buffer) ขนาด 252MB ที่ทำหน้าที่เป็นเหมือน “โช้คอัพ” ช่วยรองรับทราฟฟิกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน (Microbursts) ได้ดีกว่าเดิมถึง 2.5 เท่า ระบบการรักษาสมดุลภาระงานแบบตามเส้นทาง (Path-based Load Balancing) ที่ทำงานด้วยฮาร์ดแวร์เร็วกว่าซอฟต์แวร์ถึง 100,000 เท่า และระบบโทรมาตรเชิงรุก (Proactive Telemetry) ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ ผลลัพธ์จากการผสานเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้การใช้งานเครือข่าย (Network Utilization) เพิ่มขึ้น 33% และที่สำคัญที่สุดคือสามารถลดระยะเวลาในการประมวลผลงาน AI (Job Completion Time) ได้เร็วขึ้นถึง 28% ซึ่งถือเป็นปัจจัยชี้ขาดในการเพิ่มความคุ้มค่าของการลงทุนใน GPU

นอกจากตัวชิปแล้ว ซิสโก้ยังได้เปิดตัวระบบฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย G300 ทั้งในตระกูล Cisco Nexus 9000 และ Cisco 8000 ซึ่งมาพร้อมกับตัวเลือกการระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) แบบ 100% เพื่อตอบโจทย์การจัดการความร้อนในดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ที่มีความหนาแน่นสูง รวมถึงการใช้เลเซอร์ออปติกแบบ 1.6T และ Linear Pluggable Optics (LPO) ที่ช่วยลดการใช้พลังงานของระบบลงได้เกือบ 70% เมื่อเปรียบเทียบกับโซลูชันแบบเดิม การเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอฮาร์ดแวร์ที่เร็วขึ้น แต่เป็นการวางรากฐานให้กับ “AI Factory” ที่มีความยั่งยืน มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบ AI Defense และสามารถขยายตัวได้อย่างไร้ขีดจำกัดเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในยุคถัดไป

ผู้เขียน: ก้องปพัฒน์ กำจรจรุงวิทย์

RECOMMEND