PDPA

13.02.2026

PDPA กับโอกาสในตลาดโลก กุญแจสำคัญในการทลายกำแพงทางการค้าและการส่งออก

ในขณะที่บางองค์กรมองว่า PDPA (Personal Data Protection Act) หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้นทุนที่ต้องแบกรับ แต่ คุณชาญชัย เจียมโชติพัฒนกุลCEO, Netka System Co., Ltd. มองว่า PDPA คือ โอกาส และเครื่องมือที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เปิดโอกาสให้เข้าสู่ Digital Transformation อย่างมั่นคง

“ผู้ประกอบการหลายท่านอาจจะมองว่า PDPA คือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าที่ปรึกษา ค่าระบบ และเวลาที่ต้องเสียไป แต่หากเรา ‘เปลี่ยนเลนส์’ ในการมอง จะพบว่า PDPA ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่คือ โครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจสมัยใหม่”คุณชาญชัยกล่าว พร้อมเผยว่า PDPA จะช่วยสร้าง “โอกาส” ใน 3 มิติ ซึ่งจะได้แก่อะไรบ้างนั้น กัญ Editor in Chief ของ อิจิ มีเดีย ขอเชิญทุกท่านติดตามจากบทสัมภาษณ์นี้

Netka System ผู้ให้บริการ Solution สำหรับองค์กรอย่างครบวงจร

Netka System เป็น Tech company สัญชาติไทย ที่พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายขององค์กรในยุคดิจิทัล โดยซอฟต์แวร์ที่พัฒนาครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่

  1. OpsTech ว่าด้วยเทคโนโลยีบริหารจัดการ IT Operations
  2. RegTech คือ เทคโนโลยีที่ดูแลเรื่องกฎหมาย เช่น PDPA, GDPR, พรบ.คอมฯ หรือกฎหมาย AI, บริการเตรียมความพร้อมเพื่อขอรับรอง ISO ต่าง ๆ
  3. ESG Tech เกี่ยวกับ Carbon Footprint รวมไปถึง Safety และอื่น ๆ

ปัจจุบัน Netka System ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งผู้ให้บริการสื่อสารข้อมูล สถาบันการเงิน ประกันภัย สถานศึกษา ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำ ความสำเร็จของเราสะท้อนผ่านการได้รับเลือกให้ดูแลระบบขององค์กรระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารและโรงพยาบาลชั้นนำ มหาวิทยาลัยแถวหน้าของไทย รวมถึงการสร้างชื่อในระดับสากลด้วยการดูแลระบบให้แก่สนามบินชั้นนำที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับโลกต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี

เมื่อทราบกลุ่มผู้ใช้บริการเทคโนโลยีของ Netka System แล้ว อดเกิดคำถามไม่ได้ว่า แล้ว Netka System ให้บริการบริษัทรายย่อยด้วยหรือไม่? เราได้รับคำตอบจาก คุณชาญชัย ว่า

“Solution ของเราตอบโจทย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใดครับ”

หัวใจสำคัญของการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลได้จริงในระยะยาว

คุณชาญชัย บอกว่า หัวใจสำคัญของการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล คือ PPT ที่ไม่ใช่ตัวย่อของPowerPoint ที่มักใช้ทำ Present เสนองาน แต่มาจาก 3 ตัวแปรหลัก ได้แก่ People, Process และ Technology จึงได้ตัวย่อเป็น PPT ซึ่งขยายความได้ดังนี้

People บุคคลในองค์กร ควรมีความรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักรู้ถึงความสำคัญ

Process มีกระบวนการที่ดี

Technology ใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เหมาะกับบริบทองค์กร

“ทั้งหมดนี้ PDPA Tool จะมาช่วยเรื่อง Technology และ Process ได้ ส่วนเรื่อง Peopleเป็นสิ่งที่เราต้องอบรมสร้างกันขึ้นมา” คุณชาญชัย สรุป ก่อนจะอธิบายถึงหัวใจสำคัญของการใช้เครื่องมือบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลให้เกิดการใช้งานจริง มีประสิทธิภาพในระยะยาวอย่างละเอียด ดังนี้

1.สร้างความตระหนักรู้ ทั้งผู้บริหารและพนักงาน ให้เข้าใจว่า กฎหมาย PDPA มีหน้าที่อะไรบ้าง มีความเสี่ยงอย่างไรถ้าไม่ทำตาม หากทำผิดกฎหมายจะโดนโทษอะไร ซึ่งมีทั้งปรับเป็นตัวเงิน และจำคุกด้วย (ปัจจุบันมีตัวอย่างให้เห็นเป็นข่าวหลายกรณี) สิ่งนี้จะทำให้ผู้บริหาร และพนักงาน ตระหนัก แล้วให้ความสำคัญ กระทั่งให้ความร่วมมือที่ดี

  1. ให้ลูกค้าเข้าใจ Data Privacy Roadmap ขององค์กร ซึ่งประกอบด้วย 3 Phase ได้แก่

Phase 1  

UNDERSTAND คือ การสร้างความตระหนักรู้ กำหนดกลยุทธ์ แผนงาน และตัวชี้วัด

Phase 2

TRANSFORM คือ การลงมือทำตามแผนที่เกี่ยวข้องกับ PDPA เช่น การทำ Data Inventory, Data Privacy, Consent, Subject Right Request ตั้งแต่การนำ Consult เข้ามาจนกระทั่งนำ Tools มาใช้

Phase 3

IMPROVE คือ การปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่า สิ่งที่ทำเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่แค่ไหน จุดไหนที่ยังไม่สอดคล้องก็ต้องปรับปรุงแก้ไข และสุดท้ายการนำ AI และ Automation มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

“นอกจากนี้แล้ว การนำเครื่องมือมาใช้ จะต้องมี Process หรือกระบวนการ ไม่ใช่อยู่ ๆ เอา Tools มาใช้เลย เพราะ solutions ที่เกี่ยวกับ PDPA ไม่เหมือน Microsoft Office ที่ติดตั้งแล้วใช้พิมพ์งานได้ทันที ดังนั้นจึงต้องวางขั้นตอนต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถใช้ Tools ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการวางแผนเหล่านี้อาจต้องพึ่งคำแนะนำจากที่ปรึกษา โดย Netka เราก็มี Methodology หรือวิธีการ เพื่อให้องค์กรสามารถใช้เครื่องมือได้ด้วยตัวเองผ่าน Workshop ต่าง ๆ ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการเรื่อง Cookie, Privacy Policy, Preference Consent, RoPA, Subject Right Request, Security Measure, DPIA และ Data Breach ครับ” คุณชาญชัยกล่าว

NDPP ซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้จัดการข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

จากประเด็นก่อนหน้านี้ ว่าด้วยหัวใจสำคัญของการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลได้จริงในระยะยาว ซึ่งคุณชาญชัย ได้กล่าวถึงเครื่องมือ และกระบวนการ จึงมาสู่คำถามเรื่อง solution ของ Netka System กันต่อ

“เรามีซอฟต์แวร์บริหารจัดการเรื่อง PDPA อยู่ ชื่ออาจจะยาวนิดหนึ่ง คือ Netka Data Privacy & Protection แต่เรียกชื่อเล่นได้ว่า NDPP ซึ่งเป็น Tool ที่ช่วยองค์กรปฏิบัติตามกฎหมายครอบคลุมทั้ง PDPA และ GDPR (General Data Protection Regulation) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป” คุณชาญชัย บอก แต่เมื่อมีการนำ GDPR มากล่าวถึง CEO ของ Netka System จึงอธิบายความเชื่อมโยงของ PDPA กับ GDPR เพิ่มเติม ดังนี้

“คราวนี้หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่า ทำไมเราต้องทำตามกฎหมาย GDPR ด้วย ต้องอธิบายว่า GDPR เป็นต้นแบบของ PDPA บ้านเรา และเขากำหนดไว้ว่า ผู้ประกอบการที่ไม่ได้อยู่ในสหภาพยุโรป แล้วจะมีการส่งสินค้า หรือ Service ต่าง ๆ ไปยังสหภาพยุโรป จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย GDPR ด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการไทยที่มีการขายสินค้า มีการโฆษณาไปถึงลูกค้าในกลุ่มประเทศยุโรป ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย GDPR  ไม่อย่างนั้นเราจะผิดกฎหมายของเขา ซึ่งกฎหมาย PDPA หรือ GDPR มีหลายมาตรา NDPP ของเราก็จะช่วยให้ปฏิบัติตามมาตราต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน”

นอกจากนี้ คุณชาญชัย ยังกล่าวถึงความสามารถของ NPDD ว่า ครอบคลุมถึงเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยด้วย อีกทั้งได้การรับรอง ISO 27001 และ 27701 ทำให้มั่นใจว่า ข้อมูลที่เก็บอยู่ใน NDPP มีความมั่นคงปลอดภัยแน่นอน

จุดเด่น NDPP ซอฟต์แวร์บริหารจัดการ PDPA ฝีมือคนไทย

เมื่อถามว่า NDPP มีจุดเด่นอะไรบ้าง คุณชาญชัย ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “การที่เราจะบอกว่าซอฟต์แวร์ของเราดี หรือเก่งอย่างไร ต้องเป็นคนนอกบอก แต่สิ่งหนึ่งที่อ้างได้เลย คือ ซอฟต์แวร์ของเราผ่านการรับรองมาตรฐานระดับโลก คือ ISO Standard ทั้ง 2 เบอร์ (ISO 27001 และ 27701)”

และนอกจากการได้รับรองมาตรฐานระดับโลกแล้ว จุดเด่นของ NDPP ยังประกอบด้วย

– AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ โดย NDPP มี Agentic AI (ปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานได้อย่างอิสระ) เป็นผู้ช่วย เปรียบเสมือนมีผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA นั่งอยู่ข้าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถสอบถามข้อมูลที่เกี่ยวกับ PDPA ได้ครบวงจร เช่น จำนวนกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล, HR มีกระบวนการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้าง ชื่อ นามสกุล กรุ๊ปเลือด ฯลฯ, หรือถามได้ว่ามีลูกค้าให้ Consent มาแล้วกี่คน เป็นต้น

Automation ลดคน ลดเวลา คือ NDPP สามารถจัดการ PDPA ได้อย่างอัตโนมัติ และมีประสิทธิภาพ เช่น สามารถ Backup ข้อมูล และตรวจสอบได้อัตโนมัติ, ส่งคำสั่งให้เปลี่ยนรหัสผ่านทุก 90 วัน ตามกฎหมายกำหนด ฯลฯ

จากคุณสมบัติเด่น สู่หน้างานจริงของ NDPP

จากคุณสมบัติเด่น เรามาสู่การใช้จริงกันบ้าง ซึ่งคุณชาญชัย ได้ยกกรณีตัวอย่างมาให้ดังนี้

– ลดต้นทุน เนื่องจาก NDPP เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยคนไทย ไม่ต้องนำเข้า จึงทำให้ราคาเหมาะสมกับองค์กรในประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนด้าน PDPA ลงได้ อีกทั้งยังตอบโจทย์กฎหมายไทยมากกว่าซอฟต์แวร์ต่างประเทศ

– เรียลไทม์ NDPP มีระบบ API สามารถเชื่อมต่อ Front-end เว็บไซต์หน้าบ้านของลูกค้าเพื่อจัดการ Consent ได้แบบเรียลไทม์ ทำให้รู้ได้ทันทีว่า มีคนเข้ามา Consent วัตถุประสงค์ 1, 2, 3, 4, 5 เป็นใครบ้าง ไม่ต้องนั่งรอแบบ Manual หรือมานั่งรอสรุปตอนเที่ยงคืนแบบระบบเดิม ๆ

ความท้าทายในการ Implement ทำอย่างไรจึงติดตั้งระบบ PDPA ให้สำเร็จ

สำหรับความท้ายทาย ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในการ Implement ระบบ PDPA คุณชาญชัย สรุปออกมาดังนี้

  1. ซอฟต์แวร์ต้องตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร รวมถึงงบประมาณที่มี ซึ่งต้องพิจารณาว่า มีงบประมาณเท่าไร ควรจะเลือกซอฟต์แวร์ตัวไหน และต้องเลือกให้ถูก เนื่องจากบาง Module บาง Function เราไม่ได้ใช้เลย ซื้อมาก็ไม่มีประโยชน์ เหมือนจ่ายเงินทิ้งไปเฉย ๆ รวมทั้งควรสามารถซื้อเพิ่มได้ในอนาคต และต้องช่วย Comply กฎหมายได้จริง ต้อง Block Cookie ได้จริง ต้องได้ ISO 27001 และ 27701 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
  1. ทีมงาน Implement ควรมีความรู้ มีประสบการณ์ โดยพื้นฐานประกอบด้วย

– มี BA เพื่อเก็บ Requirement ทำความเข้าใจกระบวนการธุรกิจของลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และถ่ายทอดให้ Technical Team ได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

– มี Data Privacy Engineer ที่เชี่ยวชาญในการ Implement ตามความต้องการลูกค้า

– มี DPO (Data Protection Officer) หรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ข้อมูลในมุมกฎหมาย

“และหากบุคลากรมีประกาศนียบัตรรับรอง เช่น CIPP/E หรือ Certified DPO ก็จะยิ่งดี” คุณชาญชัย เสริม

PDPA ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาส

PDPA ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาส ในการทำ Digital Transformation และการสร้างความเชื่อมั่น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ประเด็นนี้ คุณชาญชัย อธิบายอย่างละเอียดว่า

 ผู้ประกอบการหลายท่าน มองเรื่องนี้เป็นต้นทุน เป็นค่าใช้จ่าย เพราะว่ามีเรื่องของการจ้างที่ปรึกษา มีเรื่องของซอฟต์แวร์ และเวลาที่ต้องเสียไป แต่หากเปลี่ยนเลนส์ในการมองใหม่ จะเห็นว่า PDPA ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่มันเป็นเรื่องของ Digital Transformation หรือโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจ เพราะธุรกิจตอนนี้ขับเคลื่อนด้วย Data และแน่นอน! ย่อมมีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในนั้นด้วย ดังนั้นมันจึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจ ซึ่งผมขอสรุปออกมาเป็น 3 มิติดังนี้”

มิติที่ 1 ใช้ PDPA เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อน Digital Transformation เพราะ PDPA บังคับให้ธุรกิจต้องทำ Data Inventory (การสำรวจว่าเรามีข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้าง เก็บไว้ที่ไหน หน่วยงานใดเป็นเจ้าของข้อมูล ใครเข้าถึงได้) ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุดของ Digital Transformation จากข้อมูลขยะสู่ Data Asset หลายบริษัทเก็บข้อมูลซ้ำซ้อน หรือข้อมูลที่ไม่ได้ใช้ การทำ PDPA ช่วยทำให้มีการสะสางข้อมูล และจัดระเบียบให้พร้อมนำไปใช้ทำ Data Analytics หรือ AI ได้อย่างแม่นยำขึ้น

มิติที่ 2 สร้าง “Trust” หรือความเชื่อมั่น ให้เป็นจุดขาย (Competitive Advantage) ในยุคที่ข้อมูลรั่วไหลได้มาก  ความเชื่อมั่นจึงกลายเป็นสินค้าที่มีราคาสูงที่สุด หากคู่แข่งยังทำ PDPA แบบขอไปที แต่เราทำอย่างโปร่งใส มีระบบจัดการ Consent ที่ง่าย และชัดเจน ลูกค้าจะรู้สึกปลอดภัยที่จะให้ข้อมูลกับเรามากกว่า นั่นหมายถึงลูกค้าเลือกเราเพราะ “Trust

 “นอกจากนี้การที่ผู้ประกอบการ อยากขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศ PDPA ก็เปรียบดั่ง Barrier เหมือนกันเช่น จะส่งสินค้าไปขายสหภาพยุโรป เขาก็จะมีการสอบถามว่า เราจัดการ PDPA อย่างไร เพราะเมื่อติดต่อค้าขายกันแล้ว เราเท่ากับเป็น Data Processor ส่วนเขาเป็น Data Controller ดังนั้นถ้าเราทำผิดกฎหมาย ข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป เขาก็จะผิดไปด้วย กรณีนี้จึงยืนยันได้ว่า PDPA เป็นการสร้างโอกาส เพราะถ้าเราไม่ปฏิบัติตาม ก็เท่ากับตัดห่วงโซ่อุปทานในการทำธุรกิจที่ต่างประเทศไปเลย” คุณชาญชัย อธิบายเพิ่มเติม

มิติที่ 3 ลดความเสี่ยงและต้นทุนในระยะยาว (Risk Mitigation) การมองว่า PDPA คือ ต้นทุน อาจเป็นการมองระยะสั้น แต่ถ้ามองระยะยาว จะพบว่า การปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA ช่วยให้ลดความเสี่ยงดังนี้

การป้องกันถูกกว่าการกอบกู้: เพราะหากข้อมูลรั่วไหล ค่าปรับทางปกครอง สูงสุดถึง 5ล้านบาท และค่าเสียหายทางแพ่ง 2 เท่าของความเสียหายจริง รวมถึงการเสียชื่อเสียง (Reputation Damage) นั้น สูงกว่าค่าทำระบบ PDPA หลายเท่าตัว

Cybersecurity Resilience การทำ PDPA มาคู่กับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยป้องกันธุรกิจจากการแฮ็กข้อมูล แล้วถูกเรียกค่าไถ่ (Ransomware) ที่อาจทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักได้

เป้าหมายในอนาคตของ Netka System และ NDPP

จากบทสัมภาษณ์นอกจากเห็นความสำคัญของการจัดการ PDPA แล้ว ยังเห็นถึงการเคลื่อนไหวของระบบการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่หยุดนิ่งอีกด้วย ส่วนเป้าหมายในอนาคตของ Netka System และ NDPP นั้น คุณชาญชัย เปิดเผยว่า

“เราทำธุรกิจมา 20 ปีแล้ว เป้าหมายคือ จะเติบโตไม่เฉพาะในเมืองไทย แต่จะขยายไปต่างประเทศด้วยตอนนี้มีลูกค้าที่กาตาร์, ตะวันออกกลาง, อินเดีย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย ตั้งเป้าว่าจะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งระดับโลกได้ ซึ่งเราแข่งมาหมดแล้วเช่นกัน และพิสูจน์ได้ด้วยการเป็นผู้ให้บริการแก่สนามบิน อันดับ 1 ของโลกอย่างที่กล่าวมา ส่วนเป้าหมายอื่น ๆ คือ ไม่หยุดแค่ Solution ปัจจุบันเท่านั้น แต่จะพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอ เช่น AI เป็นต้น”

อนาคตที่ควรมองสำหรับซอฟต์แวร์ด้าน PDPA

เดินทางมาถึงประเด็นสุดท้าย ดังนั้นเมื่อชี้ให้เห็นความสำคัญของ PDPA ที่ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นโอกาสแล้ว คุณชาญชัย ได้ฝากถึงผู้อ่านว่า

“ในอนาคตนอกจาก PDPA แล้ว ผู้ประกอบการยังต้องปฏิบัติตามกฎหมาย AI ซึ่งจะออกมาในเร็ว ๆ นี้ หรือแม้กระทั่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศอื่น ๆ ที่หากต้องการส่งผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเขา ดังนั้นจึงอยากให้ศึกษา GRC หรือ Governance, Risk and Compliance รวมถึง Data Governance ดู เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องธรรมาภิบาล ซึ่งตอนนี้องค์กรใหญ่ ๆ ในเมืองไทยเริ่มทำกันหมดแล้ว ดังนั้นจึงอยากฝากให้ผู้ประกอบการลองดู เนื่องจากจะกลายเป็นเรื่องที่หนีกันไม่พ้นครับ”

“ซึ่งยุค AI ถ้าข้อมูลไม่มีคุณภาพ จะทำให้เราเพิ่มรายได้ เพิ่มผลกำไรยาก และลำบาก ดังนั้น Data Governance จึงเข้ามาช่วยเรื่องนี้ได้ เพราะเกี่ยวกับธรรมาภิบาลข้อมูล ทำให้ข้อมูลมีคุณภาพ มีความถูกต้อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลประกอบการของเราได้เป็นอย่างดี”อย่างไรก็ตาม นอกจาก NDPP ทาง Netka System ยังมี Netka EnTrust ซึ่งทำหน้าที่เป็น GRC Tool เพื่อช่วยให้องค์กร Comply กฎหมายต่าง ๆ และ Certify มาตรฐานต่าง ๆ ทั้งยังตอบโจทย์เรื่อง Data Governance ครอบคลุม Data Catalog, Data Classification, Data Quality, Master Data Management, Data Request อีกด้วย ผู้สนใจสามารถติดต่อเข้ามาปรึกษา หรือสอบถามเพิ่มเติมได้

ข้อมูลติดต่อ Netka System Co., Ltd.
1 Soi Ramkhamhaeng 166 Yaek 2, Minburi, Bangkok 10510 Thailand

Tel: +66 2978 6805, +66 2517 4993-4
Website: https://netkasystem.com/
Email: contact@netkasystem.com

RECOMMEND