Manufacturing DX

Marketing

Smart Factory

Others

14.08.2026

5 เหตุผลที่เวียดนามกำลังเป็นตลาดที่นักธุรกิจไทยไม่ควรมองข้าม

ถ้ามองตลาดอาเซียนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าจับตามองมากที่สุด ไม่ใช่เพียงเพราะมีประชากรมากกว่า 100 ล้านคน แต่เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนจากตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยแรงงานและการผลิตต้นทุนต่ำ ไปสู่ฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมต่อกับบริษัทระดับโลกมากขึ้น

ตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดยิ่งทำให้ภาพนี้ชัดขึ้น ในปี 2025 เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวถึง 8.02% จาก 7.09% ในปี 2024 ขณะที่มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นประมาณ 17% แตะระดับราว 475,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ที่เบิกจ่ายจริงยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับผู้ประกอบการไทย ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า “เข้าเวียดนามแล้วจะขายได้ทันที” แต่กำลังบอกว่าเวียดนามเป็นตลาดที่มีทั้งกำลังซื้อ ฐานการผลิต นักลงทุนต่างชาติ และช่องทางการค้าในระดับที่ไม่ควรมองข้าม

เศรษฐกิจโตแรง และการเติบโตไม่ได้มาจากภาคเดียว
หนึ่งในสัญญาณที่น่าสนใจที่สุดคือการเติบโตของ GDP เวียดนาม ปี 2024 เศรษฐกิจขยายตัว 7.09% ก่อนจะเร่งขึ้นเป็น 8.02% ในปี 2025 ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและการผลิตยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ ที่น่าสนใจคือการเติบโตของเวียดนามไม่ได้เกิดจากการบริโภคภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงอย่างมากกับการส่งออก การลงทุนจากต่างประเทศ และการผลิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain โลก

ปี 2024 ภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้างของเวียดนามเติบโต 8.24% ขณะที่ภาคบริการเติบโต 7.38% สะท้อนว่าเศรษฐกิจมีทั้งฐานการผลิตและตลาดบริการที่กำลังขยายตัวไปพร้อมกัน

สำหรับบริษัทไทย นี่คือจุดที่ควรจับตา เพราะเมื่อฐานการผลิตขยายตัว ความต้องการที่ตามมาก็ไม่ได้มีเพียงวัตถุดิบ แต่รวมถึงเครื่องจักร Automation, Electronics, Software, Digital Transformation, Logistics, Maintenance และบริการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้โรงงานด้วย

FDI หลายหมื่นล้านดอลลาร์กำลังบอกอะไรบางอย่าง

อีกตัวเลขที่ไม่ควรมองข้ามคือ FDI ในปี 2024 เวียดนามสามารถดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศที่จดทะเบียนใหม่ เพิ่มเติม และการร่วมลงทุนรวมประมาณ 38.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินลงทุนที่เกิดขึ้นจริงอยู่ที่ประมาณ 25.35 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 9.4% จากปีก่อน
ที่สำคัญ เงินลงทุนไม่ได้กระจายไปทุกอุตสาหกรรมเท่า ๆ กัน แต่ ภาคการผลิตและแปรรูปได้รับเงินลงทุนเกือบ 25.58 พันล้านดอลลาร์ หรือ 66.9% ของ FDI ที่จดทะเบียนในปี 2024

ข้อมูลช่วงต้นปี 2025 ก็ยังเห็นทิศทางเดียวกัน โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี เงินลงทุน FDI ที่จดทะเบียนใหม่ เพิ่มเติม และการซื้อหุ้นรวมกันอยู่ที่เกือบ 14.98 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ภาคการผลิตและแปรรูปยังเป็นกลุ่มที่ได้รับเงินลงทุนมากที่สุด ด้วยมูลค่าประมาณ 6.79 พันล้านดอลลาร์
พูดง่าย ๆ คือ บริษัทต่างชาติไม่ได้แค่เข้ามาขายสินค้าในเวียดนาม แต่กำลังเข้ามา “ผลิต” ในเวียดนามด้วย และเมื่อโรงงานใหม่เกิดขึ้น ย่อมหมายถึงโอกาสของบริษัทที่อยู่ใน Supply Chain รอบข้างตามมา

ตลาดกว่า 100 ล้านคนไม่ได้มีแค่จำนวน แต่มีโครงสร้างประชากรที่น่าสนใจ
ปี 2025 เวียดนามมีประชากรเฉลี่ยประมาณ 102.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้านคนจากปีก่อน
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลข 100 ล้านคนคือขนาดของตลาดแรงงาน เวียดนามมีประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปที่อยู่ในกำลังแรงงานประมาณ 53.5 ล้านคน และมีผู้มีงานทำประมาณ 52.4 ล้านคน ในปี 2025

ขณะเดียวกัน รายได้เฉลี่ยของแรงงานเวียดนามในปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 8.4 ล้านดองต่อเดือน เพิ่มขึ้น 8.9% จากปีก่อน และในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นเป็น 8.7 ล้านดองต่อเดือน

ตัวเลขนี้สะท้อนภาพอีกด้านหนึ่งของตลาดเวียดนาม นั่นคือกำลังซื้อและรายได้ของประชากรกำลังเพิ่มขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ดังนั้นโอกาสของธุรกิจไทยจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดโรงงานหรือ B2B แต่ยังรวมถึงสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคที่มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
ต้นทุนแรงงานยังเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ภาคการผลิตให้ความสนใจ

เวียดนามยังมีจุดแข็งด้านต้นทุนแรงงานเมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนสูงกว่า แม้ค่าแรงกำลังปรับตัวสูงขึ้นตามเศรษฐกิจและมาตรฐานการครองชีพ

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 ค่าแรงขั้นต่ำตามภูมิภาคของเวียดนามอยู่ในช่วงประมาณ 3.7–5.31 ล้านดองต่อเดือน โดยพื้นที่ที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงสุดอยู่ที่ 5.31 ล้านดองต่อเดือน

ประเด็นสำคัญสำหรับนักลงทุนจึงไม่ใช่การมองว่าเวียดนามเป็นประเทศที่ “ค่าแรงถูก” อย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือการมองว่าเวียดนามยังสามารถสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนแรงงาน ขนาดของแรงงาน และความสามารถในการรองรับฐานการผลิตขนาดใหญ่ได้หรือไม่
และตัวเลขแรงงานกว่า 53 ล้านคนในกำลังแรงงาน ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เวียดนามยังคงมีความน่าสนใจสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายกำลังการผลิตหรือสร้างฐานธุรกิจในอาเซียน

FTA ไม่ได้ช่วยแค่เวียดนาม แต่เปิดประตูให้ธุรกิจที่เข้าไปอยู่ในตลาดนี้
อีกข้อได้เปรียบที่มักถูกพูดถึงน้อยกว่าตัวเลข GDP คือเครือข่ายการค้า เวียดนามมี FTA ที่ลงนามแล้ว 17 ฉบับ ครอบคลุมคู่ค้าสำคัญหลายกลุ่ม เช่น CPTPP, RCEP, EVFTA รวมถึงข้อตกลงกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

นั่นหมายความว่าเวียดนามไม่ได้มองตลาดตัวเองแค่ในประเทศ แต่กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่เชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศ

สำหรับผู้ประกอบการไทย จุดนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะการเข้าไปทำธุรกิจในเวียดนามจึงอาจไม่ได้หมายถึงการขายให้ลูกค้าเวียดนามเพียงอย่างเดียว แต่สามารถหมายถึงการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ที่เชื่อมต่อไปยังตลาดอื่น ๆ ด้วย

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมบริษัทข้ามชาติในกลุ่ม Electronics, Automotive, Consumer Products และ Manufacturing จึงยังให้ความสำคัญกับเวียดนามอย่างต่อเนื่อง

เวียดนามจึงไม่ใช่แค่ “ตลาดใหม่” แต่กำลังกลายเป็นฐานธุรกิจใหม่ของภูมิภาค
เมื่อเอาตัวเลขทั้งหมดมาวางไว้ด้วยกัน ภาพที่เกิดขึ้นค่อนข้างชัดเจน — GDP โต 8.02%, ประชากร 102.3 ล้านคน, กำลังแรงงานกว่า 53 ล้านคน, FDI ที่จดทะเบียนในปี 2024 กว่า 38.23 พันล้านดอลลาร์ และเครือข่าย FTA ถึง 17 ฉบับ แต่สำหรับนักธุรกิจไทย สิ่งที่ควรถามอาจไม่ใช่เพียงว่า “เวียดนามน่าสนใจหรือไม่?”

คำถามที่สำคัญกว่าคือ “ธุรกิจของเรา จะเข้าไปอยู่ตรงไหนในตลาดเวียดนาม?”
เพราะโอกาสอาจไม่ได้อยู่แค่การนำสินค้าไทยไปขาย แต่สามารถอยู่ในรูปแบบของการร่วมทุน การเป็น Supplier ให้โรงงานต่างชาติ การขยายฐานการผลิต การให้บริการด้านเทคโนโลยี หรือการเข้าไปเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต และยิ่ง Supply Chain ในภูมิภาคกำลังเปลี่ยนแปลง การรอให้ตลาดพร้อม 100% อาจทำให้โอกาสตกไปอยู่กับคนที่เข้าไปก่อน

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่กำลังมองหาโอกาสขยายตลาดในเวียดนาม การเริ่มต้นจากการเข้าใจ “ตลาด–อุตสาหกรรม–กลุ่มลูกค้า–คู่แข่ง” ให้ชัดก่อนตัดสินใจลงทุน อาจเป็นก้าวแรกที่สำคัญกว่าการรีบเข้าไปทำตลาดทันที หากองค์กรของคุณกำลังมองหาโอกาสในการขยายตลาดไปสู่ประเทศเวียดนาม หรือ สนใจออกบูธในงาน VIMF ที่ประเทศเวียดนาม ติดต่อสอบถามเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมกับ ICHI media ได้เลยครับ

・ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์โทร: 02-168-7838 หรือ Email: info@ichi-media.com
・ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับงานนิทรรศการ คลิกที่นี่ : https://vietnamindustrialfiesta.com/vimf-series/

 

RECOMMEND