Manufacturing DX

Digital

Smart Factory

27.05.2026

WHA ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมไทย สู่ศูนย์กลางการลงทุนแห่งเอเชีย

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมโลกสู่ยุคดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งเทคโนโลยี ความยั่งยืน และศักยภาพการแข่งขันระดับสากล กลายเป็นหัวใจสำคัญของการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทชั้นนำทั่วโลก ล่าสุด บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAID ภายใต้กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทย ด้วยการเร่งพัฒนา “นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5” หรือ WHA ESIE 5 จังหวัดระยอง ภายใต้แนวคิด “Smart Eco Industrial Estate” หรือ “นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ”

โครงการ WHA ESIE 5 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ WHA Group ในการรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล และ AI ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันการพัฒนาเฟส 1 ของโครงการมีความคืบหน้ากว่า 80% ขณะเดียวกันบริษัทได้เดินหน้าพัฒนาเฟส 2 ควบคู่กันไป เพื่อรองรับความต้องการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บนพื้นที่รวมกว่า 7,000 ไร่

จุดแข็งสำคัญของ WHA ESIE 5 อยู่ที่ศักยภาพด้านทำเลที่ตั้งในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC พื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลผลักดันให้เป็นฐานอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคตของประเทศ นอกจากความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อท่าเรือ สนามบิน และโครงข่ายคมนาคมหลักได้อย่างครบวงจรแล้ว โครงการยังได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และสาธารณูปโภค เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่พร้อมรองรับธุรกิจยุคใหม่อย่างแท้จริง

ความพร้อมดังกล่าวทำให้ WHA ESIE 5 สามารถดึงดูดบริษัทชั้นนำระดับโลกจากหลากหลายอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม” (Haier Smart Home) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและโซลูชันสมาร์ทโฮมระดับโลก ได้ตัดสินใจเลือก WHA ESIE 5 เป็นที่ตั้งของ “ฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ” หรือ AI Intelligent Manufacturing Base แห่งที่ 3 ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโรงงาน AI Intelligent Factory สำหรับการผลิตเครื่องปรับอากาศส่วนกลางแห่งแรกของโลก และยังเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

การตัดสินใจลงทุนครั้งสำคัญของไฮเออร์ ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของ WHA Group เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI Economy และ Data Center อย่างเต็มรูปแบบ

นายปจงวิช พงษ์ศิวาภัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไฮเออร์ถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของ WHAID มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้บริษัทได้เปิดโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศสำหรับใช้ภายในบ้านบนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 จังหวัดชลบุรี ซึ่งเริ่มเดินสายการผลิตไปเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา

การที่ไฮเออร์ตัดสินใจขยายการลงทุนมายัง WHA ESIE 5 เพื่อพัฒนาโรงงาน AI Intelligent Factory ขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจที่มีต่อศักยภาพของ WHAID ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ ความพร้อมด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนแนวคิดการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ที่สามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อย่างครบวงจร

นอกจากนี้ WHA Group ยังมุ่งพัฒนาโครงการต่าง ๆ ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Ultimate Solutions for Sustainable Partners” ที่เน้นการสร้างความเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยไม่ใช่เพียงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการพลังงานสะอาด และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะ

ในอนาคต WHA ESIE 5 จึงไม่ได้เป็นเพียงนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย แต่กำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนสำคัญของภูมิภาค ที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและธุรกิจแห่งอนาคตจากทั่วโลก พร้อมผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและเศรษฐกิจดิจิทัลที่สำคัญของเอเชียอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ผู้เขียน: ก้องปพัฒน์ กำจรจรุงวิทย์

RECOMMEND