“Venio เป็น CRM ที่มาช่วยยกระดับการทำงานของ Sales หรือฝ่ายขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ใช้งานได้จริงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ การดูแลลูกค้า จัดการกิจกรรม และ Deal ไปจนถึงการสร้างยอดขายให้เติบโต เพิ่มฐานลูกค้าอย่างยั่งยืน สิ่งเหล่านี้การันตีด้วยรางวัล MarTech Innovation Awards 2026”
“ความพิเศษของรางวัลนี้ คือ เรารับร่วมกับลูกค้า (บริษัท Pay Solution ผู้ให้บริการระบบชำระเงินครบวงจรในนาม Payso) เพราะหลังจากที่ใช้ Venio เพียง 1 ปี ลูกค้าสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 100% เป็นการยืนยันว่าซอฟต์แวร์ของเราใช้งานได้จริง และที่สร้างความปลาบปลื้มมากกว่ารางวัล คือ สามารถช่วยเพิ่มศักยภาพให้ผู้ใช้งานได้จริงครับ”
Gofive ผู้สร้างประสบการณ์ซอฟต์แวร์ระดับโลก
Gofive บริษัท Tech Startup สัญชาติไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์บริหารจัดการองค์กรครบวงจร (Digital Transformation Solutions) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรชั้นนำของไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “We create World-class software experience” ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2561 ขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง ตลอดเส้นทางการพัฒนาโซลูชันต่าง ๆ Gofive ได้รับการยอมรับผ่านรางวัลคุณภาพมากมาย อาทิ Thailand ICT Awards 2019 และ 2022, Bai Po Business Awards ครั้งที่ 19 (2024) นอกจากนี้ Gofive ยังก้าวขึ้นเป็นองค์กรชั้นนำที่ได้รับการยกย่องในระดับประเทศ ด้วยรางวัล National Innovation Awards 2025 และล่าสุด MarTech Innovation Awards 2026 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่านวัตกรรมของ Gofive ตอบโจทย์การใช้งานจริง และช่วยยกระดับธุรกิจให้เติบโตได้อย่างแท้จริง
ปัจจุบัน มากกว่า 100 บริษัทที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้ Venio ครอบคลุมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้าง ยานยนต์ ขนส่ง อุปโภค-บริโภค สื่อ ความบันเทิง การท่องเที่ยว เทคโนโลยี การตลาด-การเงิน วิศวกรรม และพลังงาน
นอกจาก Venio บริษัท Gofive ยังมีซอฟต์แวร์อื่น ๆ อีกมากมายที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ได้แก่ empeo โปรแกรมบริหารงานบุคคล, Salesbear โปรแกรมจัดการการ Chat เพื่อช่วยบริการจัดการร้านค้าออนไลน์ eTaxGo ระบบการจัดทำใบกำกับภาษีรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ครบวงจร, iomo โซลูชันบันทึกเวลาครบวงจร ซึ่งล้วนยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน แต่สำหรับบทความนี้ ทีมงานอิจิ มีเดียจะขอเจาะลึกในส่วนของ Sales CRM
ความสำคัญ และการทำงานของ Sales CRM Platform: Venio
เมื่อกล่าวถึง CRM (Customer Relationship Management: การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า)
คนจำนวนมากจะนึกถึง Loyalty Program เกี่ยวกับการสะสมแต้มเป็นหลัก แต่ Venio นั้นเน้นเรื่องการบริหารจัดการ Sales หรือทีมขาย เพราะแม้องค์กรจะมีบริการ หรือผลิตภัณฑ์ที่ดี แต่สุดท้ายแล้ว หัวใจในการขายอยู่ที่ Sales โดยเฉพาะธุรกิจ B2B เนื่องจากทีมขายเป็นฝ่ายนำสินค้าออกไปให้ตลาดได้รู้จัก และการนำสินค้าออกไปเสนอขายมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การหาข้อมูลลูกค้า การนัดพูดคุย การเสนอราคา การส่งมอบ ฯลฯ โดยในแต่ละขั้นตอนมีกระบวนการ รายละเอียด รวมทั้งข้อมูลที่ซับซ้อน เมื่อขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งขัดข้อง อาจทำให้กระบวนการขายไม่ประสบผลสำเร็จ ดังนั้น Sales CRM จึงมีความสำคัญ
คุณจุติพันธุ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า “การทำงานของฝ่ายขายมีเรื่องของ Human Touch หรือปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเข้ามาเกี่ยวข้อง การที่เซลล์เข้าไปติดต่อขายสินค้าและบริการ ย่อมมี Sales Cycle เกิดขึ้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่ค้นหาลูกค้า เจรจา เสนอราคา กระทั่งปิดการขาย แต่ละกรณีใช้เวลาในการปิดการขายแตกต่างกัน โดยเฉพาะในโลกของ B2B ซึ่ง Venio แก้ปัญหาตรงนี้ได้ดี ทำให้ย่นระยะเวลาของ Sales Cycle จาก 1 เดือน หรือ 2 สัปดาห์ ลงมาได้มาก”
สำหรับโครงสร้างการทำงานของ Sales CRM มีดังนี้
1. เก็บ Lead หรือข้อมูลของลูกค้า โดยอัตโนมัติ จากช่องทางต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย, e-Commerce, แบบฟอร์มจากการออกอีเวนท์ ไปจนถึง Sale Page โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกแบบ Manual เข้าไปได้ด้วย
การที่ Venio เก็บ Lead จากทุกช่องทางโดยอัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลทั้งจากลูกค้า และผู้สนใจไม่ตกหล่น ฝ่ายขายสามารถเข้าไปติดต่อได้ครบทุกราย
2. จัดการ Lead อย่างมีประสิทธิภาพ มอบหมายให้ทุก Lead มีผู้รับผิดชอบ ผู้บริหารสามารถดูผ่านระบบได้ว่า Lead นี้ใครเป็นคนดูเเล ความคืบหน้าไปถึงไหนเเล้ว ติดตามได้อย่าง Real Time โดยดูได้ว่า Sales มีการติดตาม Lead ไปแล้วกี่ครั้ง ติดตามครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ หรือมีการทำกิจกรรมอะไรกับ Lead รายนี้เเล้วบ้าง เเละทุกครั้งที่มีการทำกิจกรรม พนักงานขายก็สามารถบันทึกทุกข้อมูลรายละเอียดลงในระบบได้ และทุกครั้งที่มีการทำอะไรตรงนี้ พนักงานขายเองก็สามารถบันทึกทุกอย่างลงในระบบได้
3. สร้าง Sales Planning เมื่อมอบหมายหน้าที่การติดตาม Lead ฝ่ายบริหารก็สามารถทำ Sales Planning ต่าง ๆ ขึ้นมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น วางแผน Activity เพราะ Sales บางคนขายเก่ง ติดตาม Lead ได้เก่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสร้างกิจกรรมเพื่อปิดการขายได้ดี เนื่องจากหากไม่มี Activity ที่ดีหรือสร้าง Activity ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลให้ไม่สามารถปิดการขายได้ ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนที่ดีควบคู่ไปด้วย
เมื่อมีแผนที่ดีแล้ว ผู้บริหารสามารถดูได้ว่า พนักงานขายแต่ละคนดำเนินงานไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว หรือในขั้นตอนนั้น ๆ สามารถเพิ่ม Activity อะไรได้อีก รวมทั้งตรวจสอบได้ว่าพนักงานออกไปพบคู่ค้าจริงหรือไม่ ไปแล้วถึงเวลาเท่าไร
การออกไปหาลูกค้าของ Sales เมื่อประชุมเสร็จ Venio สามารถส่งรายงานเข้าระบบได้ทันที ไม่ต้องรอให้ประชุม หรือรอให้พนักงานเข้ามารายงานความคืบหน้า ทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งในยุคของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงอย่างปัจจุบัน การตัดสินใจที่รวดเร็วย่อมได้เปรียบคู่แข่ง
4. บริหารปิดการขาย และพัฒนาศักยภาพพนักงาน ระบบ Venio ทำให้เส้นทางการขายเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่การ Confirm Order การออกใบเสนอราคา และการติดตาม Lead ทำให้เห็น Performance ของฝ่ายขายว่าเป็นอย่างไร ข้อดี คือ ทำให้พนักงานสามารถพัฒนาตัวเองยิ่งขึ้น รวมทั้งมีวิธีรับมือปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ได้
จากโครงสร้างการทำงานนี้ คุณจุติพันธุ์ กล่าวโดยสรุปว่า
“เราพัฒนา Venio มาหลายปี และไม่เคยหยุดพัฒนา ดังนั้นวันนี้ผู้ใช้จึงสามารถดูข้อมูลลูกค้าที่ติดต่อได้แบบ 360 องศา ต้องการติดตาม Deals ที่ใช้เวลาหลายเดือนว่าเป็นอย่างไรบ้าง หรือดูใบเสนอราคา ดู Contact ที่เกิดขึ้น และ Activity ต่าง ๆ ได้ทันที”
“นอกจากนี้ Venio ยังขยับมาพัฒนาด้านการเป็นเครื่องมือทางการตลาดระดับมินิที่ออกแบบมาสำหรับทีมขายมากขึ้น สำหรับ Sales Team มากยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมการทำ Personalized Marketing ที่ออกแบบได้ตามข้อมูลในระบบของ Venioข้อมูลในระบบของ Venio เช่น การ Segmentation ที่ผู้ใช้สามารถใส่ข้อมูลกลุ่มลูกค้าเข้าไปในระบบ แล้วให้ช่วยสร้าง Campaign ที่เหมาะสมกับประสบการณ์เฉพาะตัวของบุคคลนั้น ๆ ขึ้นมา เป็นต้น”
“Sales Page ก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่สำคัญ ซึ่งเมื่อผู้ใช้ใส่ข้อมูลสินค้าเข้าไปแล้ว จะรู้ได้เลยว่า ณ วันที่ไปคุยกับลูกค้ามีสินค้าในสต็อกคงเหลือเท่าไร พนักงานขายจึงสามารถทำใบเสนอราคาได้ทันที โดยไม่ต้องกลับไปเช็กสต๊อก”
“และที่สำคัญเรามี Open API ที่จะช่วยให้ลูกค้าเชื่อมโยงข้อมูลไปที่ระบบเองได้ จากโครงสร้างการทำงาน จะเห็นว่า Venio อาศัยข้อมูลจากระบบอื่น ๆ แต่ความจริงแล้ว Venio สามารถส่งข้อมูลไปที่ระบบอื่นได้เช่นเดียวกัน จึงเป็นการรวบรวมข้อมูลได้ 360 องศา เพื่อช่วยองค์กรให้ทำงานง่ายขึ้น ดังนั้น API จึงเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญ ซึ่งเราจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องครับ”
Payso กับความสำเร็จหลังการใช้ Venio
ช่วงแรกของบทความ คุณจุติพันธุ์ ได้เกริ่นว่า รางวัล MarTech Innovation Awards 2026 มาจากการร่วมมือกันระหว่าง Gofive กับ Payso ที่เป็นลูกค้า ซึ่งเหตุผลมีดังนี้
ด้วยบริษัท Payso ให้บริการชำระเงินทางช่องทางออนไลน์ชื่อ Payso ใน พ.ศ. 2567 พบว่า มีลูกค้าเข้ามาถึง 5,000 ราย แต่ข้อมูลกลับกระจัดกระจายไม่รู้ว่ามาจากช่องทางไหน ไม่ทราบว่าลูกค้ารู้จักแบรนด์ได้อย่างไร
มองไม่เห็นเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) ไม่ทราบว่าลูกค้าคนไหนที่มีแนวโน้มว่าจะเลิกใช้บริการ ฯลฯ จึงทำให้ทีมขายทำงานได้ยาก และสูญเสียโอกาสทางธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นจึงนำระบบ Venio เข้ามาใช้งาน กระทั่งสามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้นกว่า 100% และฐานลูกค้าเพิ่มชึ้นกว่า 66% ในระยะเวลาเพียง 1 ปี เนื่องจาก Venio เข้าไปช่วยเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
ช่วยให้เห็นที่มาของลูกค้าอย่างชัดเจน: ระบบ Venio สามารถทำให้ทราบว่า ลูกค้ารับรู้แบรนด์ได้จากช่องทางไหน แล้วรวบรวมที่มาไว้ในที่เดียวกัน ส่งผลให้รู้ว่าแต่ละช่องทางมีคุณภาพอย่างไร จากนั้นก็กระจายข้อมูลส่งให้ทีมขายตามความเหมาะสมอย่างอัตโนมัติ
ช่วยให้เข้าใจสถานะของลูกค้าผ่าน Sales Pipeline: เพราะ Venio เปลี่ยนขั้นตอนของระบบการขายที่ซับซ้อนให้เห็นภาพเดียวกัน ผ่าน Sales Pipeline ทำให้รู้ว่าลูกค้าแต่ละรายอยู่ในขั้นตอนใด ติดปัญหาเรื่องอะไรบ้าง ฯลฯ เมื่อทีมขายเห็นภาพรวมตั้งแต่ต้นจนจบ จึงทำงานได้ง่ายขึ้น พัฒนางานขายได้ดียิ่งขึ้น
ช่วยบันทึกการติดต่อและรักษามาตรฐานความพึงพอใจด้วย CSAT Score: Venio เข้ามาช่วยบันทึกข้อมูลสำคัญทุกอย่างในการติดต่อลูกค้า และแจ้งเตือนให้ติดตามลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดูแลลูกค้าได้อย่างราบรื่น ไม่ต้องถามข้อมูลลูกค้าซ้ำ อีกทั้งยังมีการวัดผลความพึงพอใจด้วย ทำให้การบริการมีมาตรฐานที่ดี
ช่วยมอนิเตอร์ชีพจรของร้านค้า แก้ปัญหาได้ทันท่วงที: ข้อมูลที่ Venio รวบรวมไว้ นำมาต่อยอดเป็น Dashboard 9 มุมมอง เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน รวมทั้งสามารถติดตามสัญญาณชีพของร้านค้าว่า รายใดกำลังมีปัญหาบ้าง ทำให้เข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ช่วยเปลี่ยน Data เป็นยอดขายอย่างครบวงจร: Venio จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาทำเป็น Dashboard และเชื่อมต่อกับ Data Warehouse ทำให้ต่อยอดเพื่อดูมูลค่ารวมของสินค้าที่ขายได้ทั้งหมดแบบเรียลไทม์ และนำไปวิเคราะห์เพื่อระบุลูกค้าที่มีแนวโน้มยกเลิกใช้งาน รวมถึงมองเห็นโอกาสในการ Upsell ลูกค้ารายที่มีศักยภาพ ทำให้ทุกการตัดสินใจมีข้อมูลรองรับตามแนวทาง Data-Driven อย่างแท้จริง
จะเห็นว่าทั้งฟีเจอร์ของ Venio และการประยุกต์ใช้งานจากทางฝั่ง Payso สอดประสานกันอย่างลงตัว ไม่แปลกเลยที่สามารถ สร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้นกว่า 100% และฐานลูกค้าเพิ่มชึ้นกว่า 66%
วิธีแก้ปัญหายอดฮิต ของการมี CRM ดีแต่ไร้ผล หากพนักงานลืมส่งข้อมูลเข้าไป
การที่พนักงานลืมกรอกข้อมูลเข้าระบบ CRM ถือเป็นปัญหาที่เกือบทุกองค์กรต้องเจอ ประเด็นนี้ คุณจุติพันธุ์ กลับตอบว่า ‘ไม่น่ากังวล’ ด้วยเหตุผลดังนี้
“Venio เรามี AI ฟีเจอร์ เพียงแต่ว่าไม่ได้ชูโรงชัดเจนขนาดนั้น ซึ่ง AI ในระบบที่ใส่เข้าไป ก็เพื่อตอบโจทย์ Pain Point เรื่องการกรอกข้อมูลของเซลล์ ซึ่งผมมองว่าเป็นจุดคลาสสิคของทุกที่ ดังนั้นเราจึงพัฒนาฟีเจอร์ Activity Report by AI ที่สามารถสรุปรายงานการประชุมได้ทันที”
“ส่วนกรณีที่เซลล์ออกไปประชุมกับลูกค้าภายนอก ก็ต้องอาศัยการบันทึกการสนทนา แล้วนำมาให้ Venio สรุปลงระบบ”
“แต่ถ้าเป็นประชุมออนไลน์ Venio สามารถเชื่อมต่อ Microsoft Teams เเละ Google Meet ได้ เพียงตั้งค่าเพิ่มเติมเล็กน้อย ก็สามารถบันทึกการประชุมได้”
วิธีรับมือกับปัญหาเซลล์ลืมกรอกข้อมูลลงระบบตามที่กล่าวมาข้างต้น คุณจุติพันธุ์ เผยว่าเกิดจาก Use Case ที่เคยพบเจอจริง เมื่อหาทางรับมือได้แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป
Sales CRM กับการแก้ปัญหาด้านการขาย ของโรงงานอุตสาหกรรม
คุณจุติพันธุ์ อธิบายว่า รูปแบบการขายของโรงงานอุตสาหกรรมโดยหลักแล้วใช้แบบ Direct Approach หรือให้เซลล์เข้าไปติดต่อโดยตรง ดังนั้นสิ่งที่มักจะเจอ Lead หรือหัวหน้างาน ไม่รู้ว่าติดต่องานแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งการที่ติดตาม Lead ไม่ได้ ตลอดจนฝ่ายบริหารไม่รู้ความคืบหน้าของงาน วางแผนได้ไม่ตรงจุด ส่งผลให้อาจปิดการขายไม่ได้ ดังนั้น Sales CRM จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้
“สำหรับ Venio เมื่อใส่ข้อมูล Lead เข้าในระบบแล้ว จะรู้ว่า Lead รายไหนที่ควรทุ่มเวลาในการติดตามต่อ แล้วทุกอย่างก็จะไหลไปตามระบบ ข้อพิเศษของการนำเสนอขายในโรงงานอุตสาหกรรม นั่นคือ บางครั้งเซลล์ไม่ได้เจอแค่หน่วยงานเดียว อาจมีฝ่ายจัดซื้อ หรือ HR ด้วย ดังนั้นข้อมูลจะมีความท้าทายมากมาย ตัวอย่างเช่น อาจต้องคุยกับ HR ก่อน เมื่อเรียบร้อยแล้ว จึงจะไปคุยกับจัดซื้อได้ ดังนั้นเมื่อข้อมูลทั้งหมดอยู่ในระบบแล้ว เซลล์ก็จะสื่อสารได้ง่าย เพราะรู้แล้วว่า ข้อเสนอ รายละเอียดเป็นอย่างไร และหากเคยส่งใบเสนอราคามาแล้ว ก็รู้ได้ว่า เคยส่งมาเท่าไร มีเงื่อนไขอย่างไร”
“นอกจากนี้ถ้าไม่ใช้ Sales CRM หากเซลล์ปิดการขายไม่ได้ ข้อมูลเหล่านั้นก็จะถูกทิ้งไป หรือจบแค่นั้น วันดีคืนดีมีการประสานต่อ ก็อาจต้องรื้อข้อมูลใหม่ หรือเริ่มต้นเจรจาใหม่ ซึ่งโอกาสพลาดก็มีตามมาเช่นกัน แต่ Venio มีการบันทึก Data ทั้งหมดไว้ ส่งผลให้เมื่อมี Deal เกิดขึ้นใหม่ ก็สามารถสานต่อได้ทันที หรือฝ่ายผู้บริหารสามารถนำ Data มาวิเคราะห์ได้ว่าทำไมถึงปิดการขายไม่ได้ เพื่อปรับปรุงคุณภาพต่อไป”
ทั้งหมดนี้ คือ ความสำคัญของ Sales CRM ที่เล่าผ่านความสำเร็จของ Venio ท้ายนี้ คุณจุติพันธุ์ ได้ฝากถึงผู้อ่านว่า
“ผมดีใจที่เห็นผู้ประกอบการตื่นตัวกับ MarTech มากขึ้น ส่วนตัวอยากให้ทุกคนสังเกตว่า ผู้ประกอบการที่อยากเติบโต มักจะเลือกลงทุนในระบบหลังบ้านให้แข็งแกร่ง ซึ่งผมเองก็เชื่ออย่างนั้น ว่าถ้ามีระบบหลังบ้านแข็งแกร่ง จะช่วยให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นระบบบัญชี หรือ HR แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่อยากให้ลืมว่าระบบหน้าบ้านอย่าง Sales CRM ก็ทรงพลังเช่นเดียวกัน เพียงแต่บางครั้งอาจต้องใช้เวลา หรือปัจจัยในหลายมิติกว่าจะเห็นผล และอยากฝากเพิ่มไว้ว่า การดูแลลูกค้ารายเก่าประหยัดกว่าการหาลูกค้ารายใหม่ครับ”
—————————————————————————–
ข้อมูลติดต่อ Venio
Facebook Page: https://www.facebook.com/VenioCRM
LINE: @Venio (มี @)
Youtube: https://www.youtube.com/veniocrm
ช่องทางติดตาม Gofive
Facebook Page: www.facebook.com/GofiveFamily
เว็บไซต์: https://www.gofive.co.th
Youtube: Gofive channel
*******