From Charlie

KAIZEN

Others

16.10.2026

จาก IT Manager สู่ผู้บุกเบิกการตลาดในไทย

เมื่อไม่มีฝ่ายการตลาด เขาจึงลงมือสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วยตัวเอง ตั้งแต่เว็บไซต์ไปจนถึงงานแสดงสินค้า

ภาพของรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในประเทศไทยเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ณ สี่แยกอโศก ใจกลางกรุงเทพฯ โชว์รูมแบรนด์รถยนต์ EV จากจีนได้เปิดตัวขึ้น ขณะที่ตามนิคมอุตสาหกรรมในไทย โรงงานของบริษัทจีนก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ ข่าวที่ว่าจำนวนชาวจีนที่ได้รับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ในไทยแซงหน้าชาวญี่ปุ่น ก็กลายเป็นเรื่องที่เราเริ่มเห็นกันจนคุ้นตาเมื่อไม่นานมานี้

ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของบริษัทญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยมีผู้บริหารและพนักงานชาวญี่ปุ่นที่ถูกส่งมาประจำคอยดูแลการดำเนินงานของบริษัท และมีเครือข่ายซัพพลายเออร์ญี่ปุ่นที่ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ทว่า คลื่นความเปลี่ยนแปลงสู่ยุค EV กำลังส่งผลให้โครงสร้างดังกล่าวเปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ แต่แน่นอน การลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น ส่งผลให้พนักงานชาวญี่ปุ่นถูกเรียกตัวกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นเดิม การเริ่มหันมามองและเปิดรับ “ลูกค้ากลุ่มใหม่” จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น

บริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัทจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เราอยากสร้างความสัมพันธ์ด้วยเช่นกัน แต่โจทย์สำคัญคือ “เราจะสร้างช่องทางเข้าถึงลูกค้าเหล่านี้ได้อย่างไร?”
และมีบุคลากรท่านหนึ่งในพื้นที่จริง ที่สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยตนเอง

บอกว่าทำงานที่ KOBELCO แต่คนไทยกลับไม่ค่อยรู้จัก

คุณซาโตชิ (Satoshi Itokazu) ผู้จัดการฝ่าย IT อาวุโส ของบริษัท KOBELCO South East Asia Ltd. (ต่อไปนี้จะเรียกว่า KSEA) เดินทางมารับตำแหน่งที่ประเทศไทยเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน KSEA ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 ในฐานะสำนักงานใหญ่ส่วนภูมิภาค (Regional Headquarters) ของ KOBELCO Group เพื่อดูแลพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และโอเชียเนีย โดยเป็นสำนักงานขนาดเล็กที่มีพนักงานเพียง 16 คน (เป็นพนักงานชาวญี่ปุ่นที่ถูกส่งมาประจำ 9 คน) และไม่มีทั้งฝ่ายขายหรือฝ่ายประชาสัมพันธ์ (PR)

หลังจากมาดำรงตำแหน่งได้ไม่นาน คุณซาโตชิเริ่มสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง
เมื่อเขาแนะนำตัวกับคนไทยที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวว่า “ทำงานอยู่ที่ KOBELCO ครับ” ปฏิกิริยาตอบรับกลับค่อนข้างนิ่งเฉย แม้เขาจะเคยเล่าถึงประสบการณ์ทำงานในบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นแบรนด์ที่คนในไทยคุ้นชื่อกันดี ความแตกต่างนั้นเห็นได้ชัดเจนมาก แบรนด์ KOBELCO แม้จะมั่นคงและเป็นที่รู้จักพอสมควรในญี่ปุ่น แต่ในไทยกลับยังไม่เป็นที่รับรู้อย่างเพียงพอ นั่นคือสิ่งที่คุุณซาโตชิสัมผัสได้จริง

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เขาสะดุดใจ ในตอนนั้น KSEA ยังไม่มีเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ แต่กลับมีสายโทรศัพท์ติดต่อสอบถามเข้ามาเดือนละ 2–3 ราย และเมื่อทราบว่าพนักงานต้องใช้วิธีบอกอีเมลส่วนตัวผ่านสายโทรศัพท์เพื่อให้ลูกค้าส่งข้อมูลมา คุณซาโตชิจึงรู้สึกว่า:

“คนที่อุตส่าห์โทรศัพท์เข้ามา ย่อมเป็นผู้ที่มีความต้องการจริงๆ แต่โอกาสจากลูกค้ากลุ่มอื่นที่ไม่สะดวกโทรหาเราล่ะ? เรากำลังสูญเสียโอกาสตรงนั้นไปมากมายมหาศาลเลยไม่ใช่หรือ?”

มีเพียงผู้คนที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นที่หาทางติดต่อมาจนได้ แล้วยังมีลูกค้าอีกเท่าไรที่มีความสนใจ แต่กลับต้องถอดใจไปเพียงเพราะไม่มีช่องทางติดต่อ? โอกาสทางธุรกิจที่มองไม่เห็นนี้ ติดอยู่ในหัวของเขามาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ภายในองค์กรไม่มีทั้งฝ่ายประชาสัมพันธ์หรือฝ่ายการตลาด ไม่มีใครที่สามารถฝากความหวังว่า “เดี๋ยวคงมีคนทำ” ได้เลย

คุณซาโตชิเคยมีประสบการณ์ด้านการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) ในประเทศญี่ปุ่นมาก่อน ประสบการณ์ในอดีตจึงเข้ามาเชื่อมโยงกับโจทย์ความท้าทายตรงหน้าทันที

“ในเมื่อตอนนั้น KSEA ยังไม่มีฝ่ายประชาสัมพันธ์หรือฝ่ายการตลาด และผมเองก็อยากทำ ผมจึงขอรับหน้าที่นี้ด้วยตัวเอง”

แม้จะมีภารกิจหลักในฐานะผู้ดูแลระบบ IT อยู่แล้ว แต่คุณซาโตชิก็เริ่มลุยโปรเจกต์สร้างเว็บไซต์ขึ้น โดยในการออกแบบ เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนมาก นั่นคือ ไม่ทำหน้าภาษาญี่ปุ่น แต่จะสร้างด้วย 3 ภาษาเท่านั้น ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน การเพิ่มภาษาจีนเข้ามาก็เพื่อรองรับกลุ่มบริษัทจีนที่เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในไทย ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ที่ต้องการ “เพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้านอกกลุ่มญี่ปุ่น” ในยามที่โครงสร้างอุตสาหกรรมในไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV การก้าวข้ามเครือข่ายเดิมจึงเป็นเรื่องจำเป็น และเว็บไซต์นี้ก็คือ “ก้าวแรก” ของกลยุทธ์ดังกล่าว

และก้าวถัดมาที่แล่นเข้ามาในความคิดของเขาก็คือ “การออกบูธแสดงสินค้า”

ผู้คนที่มาร่วมงาน คือกลุ่มเป้าหมายที่เราอยากเจอ

สิ่งที่จุดประกายความคิดนี้ คือความเคลื่อนไหวของบริษัทในเครือที่ประเทศจีน ในปี 2023 เขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับความสำเร็จในการร่วมออกบูธของบริษัทในเครือ KOBELCO Group ในจีน โดยมีสำนักงานใหญ่ในจีนเป็นผู้นำ แม้จะเป็นสำนักงานขนาดเล็กที่ยากจะออกบูธเพียงลำพัง แต่ด้วยการร่วมมือของบริษัทในเครือ ทำให้สามารถนำเสนอศักยภาพโดยรวมของ KOBELCO ได้ในจุดเดียว อีกทั้งยังสร้างความผูกพันภายในองค์กรและเกิดผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม
“เราอยากทำแบบนี้ที่ประเทศไทยบ้าง”
ความมั่นใจนี้เองที่กลายเป็นเสาหลักสำคัญในการเสนอโครงการออกบูธต่อฝ่ายบริหาร

อย่างไรก็ตาม การเลือกงานแสดงสินค้าที่จะเข้าร่วมนั้นทำอย่างระมัดระวัง งานแรกที่พิจารณาคือ “Manufacturing Expo” ซึ่งเป็นงานใหญ่และมีชื่อเสียง แต่หลังจากทีมงานไปสำรวจพื้นที่จริง ก็มีความเห็นว่า “กลุ่มผู้เข้าชมงานกว้างเกินไป อาจไม่ตรงกับกลุ่มคนที่พวกเราอยากพบจริงๆ”

งานถัดมาที่ไปสำรวจคือ “METALEX” งานแสดงเทคโนโลยีด้านการแปรรูปโลหะและเครื่องจักรกล ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปลายปีที่กรุงเทพฯ เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่ในทีมมาจากบริษัทในเครือที่ดูแลวัสดุสำหรับงานแปรรูป จึงเกิดเสียงสะท้อนจากทีมงานว่า:

“ผู้คนที่มาร่วมงานนี้ คือกลุ่มคนที่จะมาเป็นลูกค้าของเราได้จริงๆ เหมาะสมอย่างยิ่งที่พวกเราในนาม KOBELCO Group จะมาออกบูธร่วมกัน”

เกณฑ์การตัดสินใจที่สำคัญที่สุดคือ “ความสอดคล้องของกลุ่มเป้าหมาย” ว่าผู้เข้าชมงานจะเป็นลูกค้าของเราจริงหรือไม่ และเกณฑ์นี้เองที่ทำให้ตัดสินใจเลือกออกบูธในงาน METALEX

สิ่งสำคัญคือ “ต้องขับเคลื่อนต่อไปโดยไม่หยุด”

แน่นอนว่า นับตั้งแต่วินาทีที่เริ่มพิจารณาเรื่องการออกบูธ ปฏิกิริยาภายในองค์กรไม่ได้เป็นไปในเชิงบวกทั้งหมด สำหรับข้อเสนอใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ย่อมมีเสียงตั้งคำถามว่า “ทำไปแล้วจะได้อะไร?”

คุณซาโตชิกล่าวว่า:
“แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบก็ไม่เป็นไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการเสนอไอเดีย มุ่งมั่นสื่อสาร และยึดมั่นเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง”

“ผมจะรับผิดชอบเรื่องนี้เองและลงมือทำด้วยตัวเอง” การถ่ายทอดความตั้งใจด้วยคำพูดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เสียงคัดค้านค่อยๆ เปลี่ยนเป็น “ในเมื่อคุณซาโตชิตั้งใจขนาดนั้น พวกเรามาช่วยกันดีกว่า”

นี่คือบทเรียนสำคัญจากประสบการณ์ของคุณซาโตชิ สิ่งที่จะผลักดันองค์กรได้ไม่ใช่แผนงานที่สมบูรณ์แบบ แต่คือ “ความตั้งใจและความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า” ที่ถ่ายทอดผ่านภาษาของตนเองอย่างไม่ย่อท้อ หากทำเพราะถูกบังคับ คนรอบข้างก็จะไม่ตามมา แต่คนที่อธิบายได้ว่า “ทำไมตนเองถึงต้องทำสิ่งนี้” ต่างหาก คือคนที่จะปรับเปลี่ยนองค์กรให้เกิดผลได้จริง

ในเดือนพฤศจิกายน 2026 กลุ่มบริษัท KOBELCO Group จะร่วมออกบูธในงาน METALEX 2026 โดยมี 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์จาก 4 บริษัทที่ดำเนินธุรกิจในไทย ร่วมกันนำเสนอศักยภาพบนเวทีงานแสดงสินค้าในประเทศไทย

นี่ไม่ใช่แค่การออกบูธธรรมดา แต่มันคือ “การประกาศเจตนารมณ์อย่างเงียบๆ” ที่วางอยู่บนรากฐานความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิม พร้อมกับก้าวออกไปเผชิญหน้ากับตลาดเมืองไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างแบรนด์ด้วยมือของตนเอง และปรับเปลี่ยนองค์กรโดยใช้บทบาทของการตลาดเข้ามาช่วยขับเคลื่อน

ท่ามกลางสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากศักยภาพของผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพของฝ่ายขายแล้ว ยุคสมัยนี้กำลังตั้งคำถามว่า “เราจะสร้างช่องทางเข้าถึงตลาดได้อย่างไร?” และคำถามที่สำคัญกว่านั้นอาจเป็น… บริษัทของคุณ รู้ตัวและเริ่มขยับตัวแล้วหรือยัง?

อ่านเรื่องราวของเขา แล้วพบกันที่ METALEX 2026!

ข้อมูลการจัดงาน
ชื่องาน: METALEX 2026
ระยะเวลาจัดงาน: 18 พฤศจิกายน (พุธ) – 21 พฤศจิกายน (เสาร์) 2026
สถานที่: ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC), กรุงเทพฯ ประเทศไทย
หมายเลขบูธ: AA27

ณ บูธ KOBELCO จะมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และโซลูชันจากบริษัทในเครือ KOBELCO Group เพื่อนำเสนอเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาให้แก่ลูกค้า

หัวข้อการนำเสนอหลัก (Key Themes):
・ความมั่นคงในการผลิต (Production Stability): เหล็กลวด (Wire Rod), แผ่นทองแดง (Copper Strip/Sheet), ผลิตภัณฑ์งานเชื่อม (Welding Consumables)
・การลดต้นทุน (Cost Reduction): แผ่นทองแดง, ผงเหล็ก (Iron Powder), ผลิตภัณฑ์งานเชื่อม
・การประหยัดพลังงานและลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม (Energy Saving & Environmental Friendliness): แผ่นเหล็กรับแรงดึงสูง/เหล็กแผ่น (Steel Sheet), แผ่นอลูมิเนียม (Aluminum Sheet), เหล็กลวด, ผงเหล็ก, ผลิตภัณฑ์งานเชื่อม

บูธ KOBELCO (AA27) ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า hall EH98 ใกล้ทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า BTS ซึ่งเป็นจุดที่สะดวกต่อการแวะเยี่ยมชมเมื่อเดินทางมาถึงงาน
พวกเราขอเชิญชวนและยินดีต้อนรับทุกท่านที่บูธของเรา

หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ทางแบบฟอร์มสอบถามข้อมูลด้านล่างนี้:
แบบฟอร์มติดต่อ (Contact Us)
KOBELCO SOUTH EAST ASIA LTD.

RECOMMEND